[ไม่อนุญาตให้ใช้งานบอร์ด ที่มีเนื้อหาขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม] [FAQ] [วิธีการจัดการบอร์ดหลังจากที่ขอบอร์ดแล้ว] [วิธีการเปลี่ยน logo ของ board] [วิธีการสร้าง Gallery และการใช้งาน] [วิธีการปรับลักษณะหน้าจอของแต่ละบอร์ด] [วิธีการลบกระทู้] [คำชี้แจงเรื่องระบบ Expire User & Board] [วิธีการใช้งานกระทู้ปักหมุด] [วิธีการเปลี่ยน Home Link] [วิธีการแสดง 10 กระทู้ล่าสุดไว้บนเว็บของท่าน] [วิธีป้องกัน การ spam กระทู้] [ชี้แจ้งเรื่องการ popup และวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง] [วิธีการใส่รูปของสมาชิก] [ข้อกำหนดในการใช้งานข้อความส่วนตัว] [ขั้นตอนการโพสต์รูป] [ปัญหาสำหรับผู้ที่ใช้งานบอร์ดโดยพิมพ์ url ผิด] [สิทธิประโยชน์ในการสมัครสมาชิกของแต่ละบอร์ด]
 Home    สมัครสมาชิก    แก้ไขข้อมูลส่วนตัว    คำถามที่พบบ่อย    Update  
 แก้ไขลักษณะหน้าจอ    ข้อความส่วนตัว    สมาชิกในบอร์ด    แจ้งกระทู้ผิดกฎ  
 VIP Hosting    My Board    File2Go    My Game    Unitopic    Free Domain  
 

ราชินีโฉดขาY+SM+I กลับมาแย้ว!! Index : ฟิกชั่น : [ฟิกเก่ายำแหลกขุดมาจากหลุม] The Shark and The Weasel
 
Dark Eden เว็บบอร์ด   ค้นหา ชื่อ : ผู้เยี่ยมชม. เข้าสู่ระบบ.
  

Close Ads Close
 Game Update
 [Play Now]


 
 
 
 
 

[ฟิกเก่ายำแหลกขุดมาจากหลุม] The Shark and The Weasel

ฮี่ๆๆๆ หลังจากวันก่อนที่คุยเรื่องสยองกะคุโร่จัง ก็เรื่องคิซมี่xอิทจี้นั่นแล...TTxTT ยูระก็ไปขุดกรุฟิกเก่าสมัยยังเป็นเวอร์ชันเด็กชายเอามาลงดับความร้อนรนซะเรยยย เหอๆๆ
.....................................................................................

The Shark and The Weasel ตอนที่ 1

แค่กๆ แค่กๆ

เสียงนี่...หรือว่าจะมีคนสะกดรอยตามมา คิซาเมะ มนุษย์หน้าฉลามหันไปมองรอบๆ มืออวบใหญ่กำด้ามซาเมะฮาดะคู่ใจไว้แน่น แต่...ไม่มี ไม่มีใครตามมา //คงคิดไปเอง// คิซาเมะพยักหน้าหงึกหงักกะตัวเองแล้วก็รีบเดินดุ่มๆตามหนุ่มรูปงามคู่หูผ่านป่าทึบต่อ อีกไม่นานก็จะคํ่าแล้วเดี๋ยวก็จะได้พักซะที

แค่กๆ แค่กๆ

เสียงนั่นอีกแล้ว คราวนี้ไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ "คุณอิทาจิ คุณได้ยิน-"

แค่กๆ แค่กๆ

เอาละสิ คิซาเมะยังถามไม่ทันจบ หนุ่มรูปงามก็ออกอาการไอค่อกแค่กทันที ใช่แล้วเสียงที่คิซาเมะได้ยินไม่ใช่ใครอื่นหรอก เป็นเสียงคุณอิทาจินี่เอง ใครจะเคยคิดว่าคนเย็นชาและแข็งแกร่งสุดๆอย่างคุณอิทาจิจะเป็นหวัดได้ มนุษย์หน้าปลาฉลามยิงฟันยิ้ม นี่มัน...น่าสนใจจริงๆ คิซาเมะหยุดยิ้มไม่ได้เลย

อิทาจิหันมาจ้องชายร่างใหญ่เขม็ง ดวงตาคู่สวยสีโลหิตฉายแววอันตรายดูน่ากลัว ถ้าเป็นปกติละก็คิซาเมะคงรีบหุบเหงือกแล้วกล่าวขอโทษชายหนุ่มไปแล้ว แต่...

แค่กๆ แค่กๆ

ยิ่งอิทาจิไอหนัก คิซาเมะก็ยิ่งยิ้มกว้างขึ้น คุณอิทาจิเป็นแบบนี้ก็ดูน่ารักแบบแปลกๆดีเหมือนกัน ก็ดูสิ ผิวแก้มขาวใสนั่นบัดนี้กลับแดงระเรื่อราวสีกุหลาบด้วยพิษไข้ ราวกับว่าชายหนุ่มกำลังหน้าแดงด้วยความขวยเขิน ใครจะเคยนึกว่าคนที่เอาแต่ตีหน้าขรึมอย่างอิทาจิจะดูน่ารักได้ขนาดนี้ น่ารักแล้วก็ยัง...

น่าหมํ่าด้วย

นํ้าลายของคิซาเมะเริ่มไหลยืดจนจะท่วมเป็นอ่าวเมื่อเขาเริ่มใช้อิเมจิ้นสุดบรรเจิดวาดภาพร่างบางของอีกฝ่ายนอนราบอิงแอบแนบชิดกับร่างเขา เส้นผมดำขลับราวรัตติกาลที่ไร้แสงดาวสยายไปทั่วและชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ นัยน์ตาสีแดงคู่สวยนั้นพร่าเลือนด้วยนํ้าตาจากการปรนเปรอที่ได้รับ...แล้วริมฝีปากเรียวบางนั่น...เผยอรับรสสัมผัสและปลดปล่อยเสียงครางแห่งความภิมย์เมื่อความสุขถาโถมเข้ามาเป็นระลอก...เสียงหวานๆที่ร้องเขาเขาด้วยความทรมานเป็นระยะๆ...

"คิซาเมะ ทำอะไรอยู่ เร็วๆเข้า" เสียงเย็นชาบาดจิตของอิทาจิปลุกให้คิซาเมะตื่นจากฝันหวาน มาขัดความสุขของเขา ถ้านี่ไม่ใช่อิทาจินะ คิซาเมะคงฆ่าทิ้งไปแล้ว ประมาณพ่อจะสับให้เละเป็นบะช่อเชียว แต่นี่ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นอิทาจิ ถ้าเขาฆ่าอิทาจิ ไอ้ฝันหวานนั่นมันก็คงเป็นได้แค่ฝันที่ไม่มีวันเป็นจริงน่ะสิ แต่ก็ใช่ว่าถ้าสู้กันจริงๆเขาจะชนะซะเมื่อไหร่เล่า //ถ้าสู้ตรงๆละก็ไอ้เราก็กลายเป็นหูฉลามน่ะสิฟะ// คิซาเมะคิด

ถ้าอย่างงั้น ถ้าจะให้อิทาจิผู้เย็นชาเป็นของเขาละก็...ถ้าเขาอยากละลายนํ้าแข็งในใจนั่นละก็...เขาต้องวางแผนให้ดี แล้วแผนที่ดีน่ะมันก็ต้องหาคนวางแผนที่ฉลาดๆ //จะใครซะอีกเล่า// คนที่ฉลาดที่สุดมันก็ต้องตัวเขาเองอยู่แล้ว

ตะวันคล้อยจะลับขอบฟ้า ราตรีก็ค่อยๆคืบคลานเข้าปกคลุมป่าชายแดนเขตโคโนะฮะ สองคู่หูแห่งพรรคแสงอุษาก็หาที่เหมาะเจาะสำหรับตั้งแคมป์กันได้ หลังจากจุดกองไฟแล้ว อิทาจิก็หันมาทางคิซาเมะ พยักหน้าให้ทีหนึ่ง ก่อนจะล้มตัวลงนอนอย่างเงียบๆ ถึงจะไม่ได้พูดอะไรแต่เพราะอิทาจิไม่สบายก็เป็นอันรู้กันว่าคิซาเมะต้องอยู่ทำหน้าที่ยาม ปกติแล้วคิซาเมะจะต้องมีบ่น แล้วปกติอิทาจิก็จะบอกให้เขาหุบปาก แต่ตอนนี้อย่าว่าแต่บ่นเลย มนุษย์ฉลามเต็มใจเป็นที่สุด

ทำไมน่ะรึ ก็เพราะเขาจะได้นั่งมองอิทาจิได้ทั้งคืนโดยที่ไม่ถูกสังเกต และเขายังจะได้เวลาคิดแผนเด็ดอีกด้วย โอ้ โอกาสช่างเหมาะเจาะ

อีกไม่นาน อิทาจิจะต้องเป็นของเขา แล้วเขาจะสอนให้ชายผู้เย็นชานี้รู้จักถึงความหฤหรรษ์ที่แท้จริง คิดแล้วคิซาเมะ มนุษย์ฉลาม ก็เริ่มหัวเราะคิกคักอย่างอดไม่ได้ เหงือกของเขากระพือไปมาด้วยความหื่นกระหาย //อีกไม่นานหรอก หึหึหึ// (ก็คิซาเมะเป็นปลาใช่ปะคับ ปลามันก็ต้องขยับเหงือกได้อ่ะดิ)

.....................................................................................

เสียงสัตว์ราตรีร้องระงมก้องป่า อรุณรุ่งยังไม่มาถึง ภายใต้ความมืดนั่น ร่างร่างหนึ่งกำลังคืบคลานอย่างช้าๆ...ช้าๆ...ช้าๆ...ใกล้เข้าไปทุกทีๆ...ทุกทีๆ...

หลังจากใช้ความคิดคิดมาตลอดคืน คิซาเมะก็คิดแผนการออก ก็...ถ้าอยากจะปลํ้าคนที่เก่งกว่าคุณ คุณก็ต้องทำตอนที่การป้องกันของเขาอ่อนแอที่สุด ใช่แล้ว ตอนหลับนั่นเอง

คิซาเมะค่อยๆคลานเข้าไปอย่างเงียบๆ เงียบที่สุดจะได้ไม่ทำให้ sleeping beauty ตื่น และเมื่อเขาเข้ามาใกล้จนสามารถรู้สึกได้ถึงกลิ่นกายหอมๆกับไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างของอีกฝ่าย เขาก็หยุด มนุษย์ฉลามพยายามใช้พลังทั่วร่างยับยั้งไม่ให้เหงือกของเขากระพือจากความตื่นเต้นและหื่นกาม ใจดวงน้อยๆของเขาเต้นถี่อยู่ในทรวงอกเมื่อมือของเขาค่อยๆขยับ สอดเข้าไปใต้ผ้าคลุมของอิทาจิ //ผิวนิ่มจังเลย...// มนุษย์ปลาเริ่มนํ้าลายหก

"อือ...." สมกับที่ถูกเรียกว่านินจาอัจฉริยะ อิทาจิ ทั้งที่ยังหลับอยู่ ก็ละเมอกลิ้งออกจากอุ้งมือมารของคิซาเมะ "อือ...ซาสึเกะ นายโตพอที่จะนอนคนเดียวแล้วนะ" ชายหนุ่มละเมอออกมา คำพูดนั้นทำให้เจ้าปลาหื่นถึงกับอึ้ง! อึ้งครับ! //ไอ้เด็กเปรตนั่นกล้าดียังไงมา 'นอน' กับอิทาจิ! อิทาจิของชั้นนะ!// ว่าแล้วคิซาเมะก็หยิบสมุดคู่ใจเล่มเล็กๆกับปากกาขึ้นมาจดโน้ตไว้ ข้อความเป็นดังนี้:

--เจ้าเด็กนั่นกล้าดียังไงมานอนกับอิทาจิของชั้น เจ็บใจนักเชียว ถึงโคโนะฮะเมื่อไหร่ พ่อจะสับให้เละเชียว เหอๆๆๆๆ--

จากนั้นคิซาเมะก็กลับเข้าโหมดหื่นต่อ เขาพยายามกอดเอาร่างบางไว้ในแขน แต่...ผลเหมือนเดิม อิทาจิก็ละเมอกลิ้งออกจากอ้อมกอดของเขาไป

//บ้าที่สุดๆๆๆ นี่ขนาดหลับนะ เห็นทีต้องจัดการให้อยู่เฉยๆซะแล้ว//

แล้วเจ้าปลาหื่นก็จัดการทิ้งตัวลงนั่งคร่อมร่างบางที่กำลังหลับใหล แต่ทันใดนั้นเอง อิทาจิก็ลืมตาตื่นขึ้น ตอนแรกหนุ่มรูปงามยังงงๆกับภาพที่เห็นตรงหน้าเพราะพิษไข้ และคิดจะกลับไปหลับต่อ แต่วินาทีต่อมา หลังจากที่ทุกอย่างกระจ่างขึ้น เขาก็ตื่นเต็มที่

"คิซาเมะ" อิทาจิพูดหน้าตายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่นํ้าเสียงนั้นแฝงไปด้วยอันตรายสุดหยั่ง "ลงไปซะ"

//ตายแน่ตู// สมองส่วน cerebum ของคิซาเมะทำงานและกำลังสั่งให้เขาทำตามที่อิทาจิบอกเพื่อรักษาชีวิต แต่...

แค่กๆ แค่กๆ

รอยยิ้มหื่นกามปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของคิซาเมะอีกครั้ง อิทาจิยังป่วยอยู่นี่ นี่แหละโอกาสที่ดีที่สุดที่จะลอง "ขอปฏิเสธนะจ๊ะ" มนุษย์ฉลามพูดเสียงกะล่อน พลางใช้ฝ่ามือใหญ่ยักษ์ลูบไล้สีข้างของอีกฝ่ายเบาๆ แม้สัมผัสจะแผ่วเบาราวผีเสื้อดอมดมบุปผชาติ แต่สัมผัสนั้นก็บอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าจริงๆแล้วคิซาเมะต้องการอะไร

"คิซาเมะ..." อิทาจิสูดหายใจลึก ค่อยๆหลับตาลง ทีท่าสมยอมสุดอีโรติกนั่นทำให้เหงือกของคิซาเมะกระพือไม่หยุด

เจ้าปลาหาได้รู้ไม่...

เมื่ออิทาจิลืมตาขึ้นอีกครั้ง คิซาเมะก็ต้องกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ในที่สุดเขาก็ได้มีโอกาสลิ้มรสคาถาอ่านจันทราที่น่ากลัว อิทาจิถีบคิซาเมะออกจากท่าคร่อมตัวเขา คิซาเมะกลิ้งไปสองตลบ ก่อนจะกรีดร้องออกมาอีกครั้ง

แต่เสียงโหยหวนนั่นก็หยุดลง เมื่อได้ยินเสียงอิทาจิกล่าวอย่างไร้เยื่อใยว่า "อย่าได้คิดลองอีกเป็นครั้งที่สอง"

อิทาจิลุกขึ้นยืน รู้สึกปวดหัวหนักกว่าเดิมจากการใช้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาขณะร่างกายไม่สมบูรณ์ //คงต้องหายากินซะแล้วสิ// เขาหันหลังและกำลังจะเดินจากไป ทิ้งเจ้าปลาหื่นไว้เบื้องหลัง แต่คิซาเมะรีบคว้าข้อขาของเขาเอาไว้ อิทาจิเห็นไปมองด้วยความรำคาญ

"มาเถอะที่รัก มากับชั้น ไปด้วยกัน สุขสันต์ในนรก" คิซาเมะร้องเป็นเพลงในเสียงสยองสุดๆ

".........................."

หลังจากใช้อ่านจันทรากับคิซาเมะประมาณครั้งได้ราวยี่สิบ ในที่สุดอิทาจิก็สามารถหลุดรอดมาจากมือเหนียวเกี่ยวกันราวกับราวกับปีศาจของคิซาเมะมาได้ แต่คิซาเมะรึจะยอมแพ้ง่ายๆ เจ้าปลาจอมตื๊อยังพรํ่าพรรณนาถึงรักที่ไม่มีวันตายที่เขามีต่ออิทาจิต่อไป พลางพยายามกระดื๊บๆมาหาเขาอย่างช้าๆราวกับงูที่บาดเจ็บ (หรือเหมือนหนอนน้อยชาเขียวหว่า)

นั่น...เป็นครั้งแรกในชีวิตของอุจิวะ อิทาจิ ที่เขาสามารถรับรู้ถึงความกลัวได้อย่างแท้จริง

//ต้องรีบหาที่ปลอดภัยเพื่อพักผ่อน// ตอนนี้ปวดหัวมากราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แค่จะเดินให้ตรงยังทำไม่ได้ หนุ่มตระกูลอุจิวะเดินตุปัดตุเป๋ออกจากป่า มีที่ๆหนึ่งที่เขาคิดว่าน่าจะใช้ได้ ตอนนี้

The Shark and The Weasel ตอนที่ 2

ซาสึเกะมองซ้าย มองขวา มองหน้า มองหลัง เฮ้อ ปลอดภัย เขารีบปิดประตูแล้วเอามือปาดเหงื่อออกจากใบหน้า หลังจากความพยายามแทบตายเพื่อลากเอาถุงสีขาวใหญ่ยักษ์ราวกับโกหกผ่านช่องแคบของประตูไม้มาได้ มันเป็นถุงที่ใหญ่มาก ใหญ่มากๆขนาดที่ว่าถ้ามันหล่นทับหัวใครคนนั้นก็ไม่ต้องไปโรงพยาบาลแล้ว จองวัดดีกว่า นั่นแหละครับ

ใครจะคิดว่าผู้ล้างแค้นอย่างซาสึเกะคุงจะอยากกลับมารำลึกความหลังสีจางในบ้านเก่าของตระกูลอีก ในเมื่อเขาสามารถนอนอยู่อพาร์ตเมนต์สบายๆที่นอนนุ่มๆได้ตลอดคืน คือว่ามันมีเหตุผลครับทุกๆคน เหตุผลที่สำคัญมาก

ใช่แล้ว มันก็เพราะไม่มีคิดคนว่าเขาจะกลับมาที่นี่น่ะสิ

ซาสึเกะนั่งลงกับพื้น พักให้หายเหนื่อยสักพักก่อนจะรีบสาละวนไปขุดคุ้ยหาของในถุงใบมหึมาของเขา ริมฝีปากเรียวบางกระตุกยิ้มเป็นระยะๆ เมื่อเด็กหนุ่มหยิบได้ค้อนเหล็กกับตะปูจำนวนมากออกมา ซาสึเกะไม่รอช้าลงมือตอกตะปูตรึงประตูและหน้าต่างทุกบานที่สามารถเข้าออกภายนอกได้อย่างรวดเร็ว เขาหยุดมองไปรอบๆเป็นระยะๆเพื่อดูให้แน่ใจว่าเขาอยู่คนเดียวจริงๆ

ปัง! ปัง! ปัง!

เด็กหนุ่มรูปงามตอกตะปูไม่หยุด มันเป็นภาพที่น่าประหลาด มือของเขานั้นทำงานได้เร็วกว่าตอนประสานอินพันปักษาซะอีก และแล้ว...ในที่สุด เมื่อทุกทางเข้าออกก็ถูกปิดตาย ซาสึเกะหัวเราะอย่างพึงพอใจราวกับคนบ้าเสียสติ

แอ๊ด...

ซาสึเกะหยุดหัวเราะ เขาหมุนตัว top spin หันไปมองเร็วอย่างกับลูกข่างมังกรฟ้า และก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่ามีประตูเปิดอยู่บานหนึ่ง //ชั้นปิดประตูหมดแล้วนี่// ถึงมันจะไม่ใช่ประตูที่เชื่อมออกไปด้านนอก แต่เพื่อความแน่ใจ ซาสึเกะก็ตัดสินใจเดินไปดู แม้ว่าจะไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่ เพราะว่าประตูนั่น... //ห้องของพี่...//

แค่กๆ แค่กๆ

เสียงไอดังลอดมาถึงกับทำให้ซาสึเกะสะดุ้ง มีคนอยู่จริงๆ อยู่กับเขาสองต่อสองในบ้านที่ทางออกทั้งหมดถูกปิดตายนี่ เด็กหนุ่มรีบคว้าดาวกระจายขึ้นมาถือไว้ในมือ เตรียมพร้อมโจมตี หากพวกผู้หญิงแฟนคลับของเขาพยายามจะทำมิดีมิร้าย เหงื่อเย็นๆค่อยๆไหลซึมผ่านทุกอณูของรูขุมขน ถึงจะเตรียมใจไว้แล้วแต่มันก็ยังน่ากลัวอยู่ดี... ซาสีเกะกำดาวกระจายแน่น พลางกลืนนํ้าลาย...ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะเปิดประตูนั่น

สิ่งที่เขาพบช่างห่างไกลกับที่คิดไว้ลิบลับ

"นาย มาทำอะไรที่นี่" เด็กหนุ่มกล่าว นํ้าเสียงของเขาเจือไปด้วยความเคียดแค้นและชิงชัง

"ชั้น..." แค่กๆ แค่กๆ

ก่อนที่อิทาจิจะได้พูดอะไร ไอ้อาการไอมันก็กำเริบอีก ยิ่งเสียจักระไปมาก ร่างกายก็ยิ่งอ่อนแอ แค่ไข้หวัดธรรมดายังหนักขนาดนี้ มันเหมือนกับโดนสาปชัดๆ อิทาจิในตอนนี้น่ะ แม้แต่ซาสึเกะก็ยังเอาชนะได้ง่ายๆ

แค่กๆ แค่กๆ

"นาย...เป็นหวัดเหรอ..." ซาสึเกะเลิกคิ้ว มองพี่ชายด้วยความประหลาดใจ เท่าที่จำได้พี่ไม่เคยเป็นหวัดเลยนี่นา... "นาย..."

ปัง! ปัง! ปัง!

"เปิดประตู! ให้เราเข้าไป! ซาสึเกะคุง ชั้นรู้นะว่าเธออยู่ในนั้น!" เสียงซากุระกับอิโนะดังทะลุมาจากประตูหน้า ทำเอาซาสึเกะถึงกับหน้าซีด...และซีดขึ้นไปอีกเมื่ออีกหลายๆเสียงดังก้องประสานขึ้นมา "เปิดประตูนะ! ให้เราเข้าไป เรารู้ว่าเธออยู่ในนั้น!"

ปัง! ปัง! ปัง!

"แย่ล่ะ พวกนั้นพยายามจะพังประตูเข้ามา!" เด็กหนุ่มมองไปรอบๆด้วยความตื่นตระหนก ในที่สุดเขาก็หันไปหาผู้ที่ได้ชื่อว่าเกลียดที่สุด "พี่ ชั้นขอทำสัญญาสงบศึกชั่วคราว ตอนนี้มาช่วยชั้นก่อน เร็วเข้า!" พูดจบซาสึเกะก็รีบวิ่งออกจากห้องไป อิทาจิมองอย่างงงๆ แต่เพราะว่าเขาเป็นอัจฉริยะ ไม่ต้องให้บอกอีกซํ้าสอง เขาจึงลุกขึ้นแล้วตามซาสึเกะออกไป แล้วเขาก็เห็น...

"ช่วยชั้นลากไอ้นี่ไปที่ห้องใต้ดิน เร็ว!" ซาสึเกะพยายามลากถุงใบมหึมาของเขาไปด้วยความเหนื่อยยากลำบากยิ่ง

อิทาจิไม่พูดอะไร แต่ก็ช่วยน้องชายลากไอ้ถุงที่ว่าไปที่ห้องลับใต้ดินของบ้านตระกูลอุจิวะ...ที่ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นที่ที่ปลอดภัย

"นี่มันเรื่องอะไรกัน" อิทาจิถาม

ซาสึเกะจุดไฟให้ห้องสว่างแล้วก็ถอนใจเฮือกใหญ่ "พวกผู้หญิงแฟนคลับน่ะ" ว่าพลางอุจิวะผู้น้องก็โยนปืนกล ระเบิดไดนาไมท์ กับบาซูก้าจากในถุงให้อิทาจิ ซาสึเกะไปหาไอ้ของพวกนี้มาจากไหนน่ะรึ...ใครจะไปรู้

เด็กหนุ่มหันไปจ้องนาฬิกาแขวน ถอนหายใจอีกเฮือก ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงสุดรันทดประชดชีวิตว่า "พรุ่งนี้น่ะ วันวาเลนไทน์"

"เฮ้ยยยยยยยยยย!!!" ซวยแล้วไง

ที่ไหนสักแห่งในป่าชายแดนเขตโคโนะฮะ ร่างร่างหนึ่งกำลังคืบคลานอย่างช้าๆ ใกล้เข้าไปทุกทีๆ ดวงตาของมันบัดนี้มีแสงเรืองประหลาดสีเขียวราวกับสาง...มันค่อยๆกระดึ๊บๆไปข้างหน้า ใกล้เข้าไปๆทุกทีๆ

"หนีไม้พ้นหรอก...my love, my...precioussssssssssssss...." (เหมือนอะไรเอ่ย ใครตอบถูกบ้าง)

..................................................................................

ร็อค ลี ยิ้มใส่กระจก เผยให้เห็นฟันขาววาววับสะท้อนแสงที่ทำเอาโฆษณายาสีฟันอาย ขณะโพสต์ประจำของครูไก ท่าไนซ์กาย ไปด้วย "คุณซากุระ คุณจะเป็นวาเลนไทน์ของผมได้ไหมครับ ผมน่ะ จะทำให้คุณเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก ได้โปรด..." เขาเป่าดวงใจดวงน้อยลอยเข้าหากระจกเงาที่ยืนนิ่งสงบราวกับเสาหินศิลาจารึกพ่อขุนก็มิปาน "เป็นวาเลนไทน์ของผมนะครับ" ลีจบสุนทรพจน์ด้วยการยิ้มกระชากวิญญาณกับยักคิ้วหนาๆอีกทีหนึ่ง ก่อนจะหันมายิ้มกับตัวเอง

"เพอร์เฟ็กสุดๆ!"

ลีกระโดด summersault ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงสีเขียวสดของเขา ผ้าห่มสีเหลืองแสบตาที่คลุมเตียงอยู่นั่นคือผ้าห่มสุดโปรดที่มีรูปตัวการ์ตูนนินจาเต่า (เก่าไปปะเนี่ย) ทั้ง 4 ที่ลีสุดแสนจะชื่นชอบ "เจ๋งใช่ป่ะ ไมเคิล แองเจโล่" ลีก้มลงพูดกับนินจาเต่าตัวที่เขาชอบที่สุด "คิดว่าคุณซากุระจะประทับใจไหม"

เงียบ ไร้เสียงตอบ

"ช่ายๆ ชั้นรู้ วันวาเลนไทน์น่ะ ถ้าโดนปฏิเสธต้องรู้สึกแย่มากๆเลย" หนุ่มคิ้วหนาหันไปมองขวดยาเล็กๆที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ภายในขวดบรรจุของเหลวสีเงินไหลได้ที่เป็นประกายระยิบระยับราวเกล็ดหิมะ "ถึงจะรู้สึกขอบคุณก็เหอะ แต่ลูกผู้ชายตัวจริงน่ะ ไม่ต้องพึ่งเจ้านี่หรอก ครูไกยังบอกเลยว่า ความรักน่ะมันต้องมาจากส่วนลึกของจิตใจ จะไปบังคับใจใครน่ะมันไม่ได้หรอก ใช่ม้า"

ก็ยังเงียบ ไร้เสียงตอบ

"ใช่แล้วล่ะ ไมเคิล แองเจโล่ ชั้นจะไม่ใช้-"

โครม!

"พวกนายทำอะไรน่ะ!" ลีลุกขึ้นเต้นผางด้วยความตกใจ เมื่อหนุ่มรูปงามตระกูลอุจิวะสองคนบุกรุกเข้ามาในห้องนอนของเขา เขาหันไปมองอิทาจิ "นายเป็นใครน่ะ ทำไมถึงได้ อุ๊บ!" ซาสึเกะเอามือปิดปากลี "ชู่ว์ เงียบๆ"

อิทาจิจ้องมองผ่านรูกุญแจห้องลีอยู่พักหนึ่งก็หันมาพยักหน้าให้น้องชาย ตอนนั้นเองที่ลีได้รับอนุญาตให้พูดได้ "ซาสึเกะคุง เกิดอะไรขึ้นเนี่ย"

ซาสึเกะเงียบไปพักนึงก่อนจะตอบ "พวกเรากำลังถูกไล่ล่า"

"จากใคร" ลีถามด้วยความสงสัย

"พวกผู้หญิง" ซาสึเกะตัวสั่นเมื่อนึกถึงใบหน้าหื่นๆของพวกหล่อน แต่ละนาง...บรื๋อ "แล้วตอนนี้อาวุธเราก็หมดแล้วด้วย เลยต้องมาหลบที่นี่ไง"

อิทาจิเอาแต่นิ่งเงียบ เขาไม่อาจทำใจให้เชื่อได้ง่ายๆว่าอาวุธทั้งหมดในถุงมหัศจรรย์ของซาสึเกะไม่สามารถหยุดพวกผู้หญิงพวกนั้นได้ ไม่ แม้แต่บาซูก้า ซึ่งเมื่อยิงออกไปแล้ว พลังทำลายล้างมหาศาล แทบจะไม่เหลืออะไรเลยที่จะเรียกได้ว่าซากศพ แต่กลับเป็นเศษเนื้อชุ่มเลือดชิ้นเล็กๆที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นบ้านตระกูลอุจิวะ

ตำนานการสังหารหมู่ของอิทาจิน่ะ...เรียกว่าทาบไม่ติดฝุ่น

"ที่นี่เหรอ ทำไมต้องที่นี่ล่ะ" ลีถามอีก

"เพราะชั้นไม่คิดว่าผู้หญิงพวกนั้นจะอยากมา-"

ปัง! ปัง! ปัง!

ซาสึเกะคิดผิดถนัด

"ส่งตัวพี่น้องอุจิวะมาให้เรานะ!"

ปัง! ปัง! ปัง! พวกหล่อนพยายามพังประตู

"บ้าชิบ" อิทาจิกับซาสึเกะพูดเป็นเสียงเดียวกัน พลางหยิบปืนกลคู่ใจกระบอกสุดท้ายของพวกเขาขึ้นมา "ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด เราคงต้องใช้ไดนาไมต์" อิทาจิพูดด้วยนํ้าเสียงจริงจัง ซาสึเกะพยักหน้ารับ

"ดะ ดะ ดะ ดะ ไดนาไมต์เร้อออออออ!!!!" ตากลมๆของลีแทบจะถลนออกจากเบ้า "นั่นมันอันตรายมากนะ พวกคุณจะใช้ของอย่างงั้นกับพวกผู้หญิงอ่อนแอไร้ทางสู้ได้ไง!"

"อ่อนแอเหรอ"/"ไร้ทางสู้เหรอ" ลีรีบหุบปากทันทีเมื่อถูกจ้องด้วยนัยน์ตาสีแดงเลือดของเนตรวงแหวนสองคู่

โครม!!!!

ประตูห้องลีลอยผาง พวกผู้หญิงแฟนคลับพังเข้ามาได้แล้ว! พวกหล่อนทะยอยกันเข้ามาให้ในห้องของลีอย่างไม่ขาดสายราวกับแมลงของชิโนะ และแล้วสุภาพบุรุษสุดสวิงกิ้งอย่างร็อค ลี ก็ต้องร้องเสียงแหลมจนขนคิ้วกระเพื่อมเมื่อผู้หญิงพวกนั้นเหยียบเท้าลงบนไมเคิล แองเจโล่ "ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยย!"

ตูม!!!!!

ไดนาไมต์ที่อิทาจิขว้างไประเบิดตูมใหญ่ เลือดสีแดงฉานสาดกระเด็นไปทั่วห้องสีเขียวของลี และชิ้นส่วนไร้ชีวิตก็ร่วงหล่นลงสู่พื้นอย่างน่าอนาถ เศษเสี้ยวของร่างของผู้ที่เคยมีชีวิตปลิวเกลื่อนไปทั้วห้อง ชิ้นหนึ่งบังเอิญตกลงบนผ้าห่มสุดหวงแหนของลีเข้าพอดี "ไมเคิล แองเจโล่! ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!" ครั้งนี้เสียงกรีดร้องของลีดังมากจนถึงกับทำให้กระจกแตก

ในชีวิตของอุจิวะ อิทาจิ จะมีวันไหนที่ซวยกว่าวันนี้เป็นไม่มี เพราะเหตุการณ์ที่คิดว่าแย่แล้วกลับจะแย่ลงยิ่งกว่าเก่า เมื่อวิญญาณอาฆาตดวงหนึ่งได้ยินเสียงกรีดร้องของลีเข้า มันรีบมุ่งหน้าตรงมายังต้นเสียงทันทีด้วยความเร็วสูง ด้วยหมายว่าสิ่งที่มันตามหาจะต้องอยู่ที่นั่น ดวงตาเรืองแสงสีเขียวน่าขนลุกของมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังและความโหยหาปรารถนา มันคืบคลานขึ้นบันไดมาเรื่อยๆ พร้อมที่จะชนทุกคนที่ขวางทางให้กระเด็นตกหน้าต่าง "รอก่อนเถอะ ที่รัก รอก่อนนนนนนนนน..."

กองทัพสตรีเหล็กที่ไม่กลัวตายยังดาหน้ากันเข้ามาอย่างไม่หยุดไม่หย่อน โดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องบาดแก้วหูของลีที่กำลังกอดผ้าห่มสุดรักไว้แนบอก ดวงโตกลมโตของเขาปริ่มไปด้วยนํ้าใสๆอันมีต้นเหตุมาจากความเศร้าที่สุดหยั่ง นํ้าตานั้นค่อยๆไหลอาบสองแก้ม... "ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!"

"ชิ อาวุธหมดแล้ว" ซาสึเกะโยนปืนกลที่ไร้กระสุนแล้วทิ้ง มือทั้งสองรีบประสานอินสัญลักษณ์ขาล เรื่องอะไรจะยอมเสียเวอร์จิ้น แต่ก่อนที่คาถาลูกไฟยักษ์จะเผาผลาญร่างของเหล่าเด็กสาว บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นมืดครึ้มและเย็นเยียบจนน่ากลัว "อะไรน่ะ"

อิทาจิถึงกับตัวเกร็ง "ไม่นะ" เขาพูดเบาๆกับตัวเอง หน้าถอดสี ผิวขาวๆตอนนี้ไร้ซึ่งสีสันราวกับจะโปร่งใส

"ฉลามบุก! ใครก็ได้ช่วยเดี๊ยนด้วยค่า!" พวกผู้หญิงร้องเสียงหลง เสียงร้องของพวกเธอดังพอๆกับลีเลยทีเดียว เมื่อพวกเธอพากันวิ่งหาที่หลบซ่อน มิเช่นนั้นคงถูกชนกระเด็นตกไปตาย

คิซาเมะมาถึงแล้ว มนุษย์ฉลามจ้องซาสึเกะเขม็ง พลางแยกเขี้ยวยิงฟันโชว์เขี้ยวคมขาวอย่างดุร้าย "ไอ้เด็กเวร แก! แกบังอาจขโมยอิทาจิไปจากชั้น!"

"ว่าไงนะ" ซาสึเกะงง ได้ยินไม่ค่อยถนัดแฮะ

"อย่ามาทำไขสือ แกนอนกับอิทาจิของชั้น ชั้นจะฆ่าแก๊!"

The Shark and The Weasel ตอนที่ 3

"พูดเรื่องอะ-"

แค่กๆ แค่กๆ

"ตายซะเถอะ!"

โครม!!!

ซาสึเกะไม่ทันได้ถามจบ คิซาเมะก็เปิดฉากขว้างปาสิ่งของที่อยู่ในรัศมีมือเอื้อมถึงเข้าจู่โจม เด็กหนุ่มผมดำรีบโดดหลบ เมื่อคอลเลกชันสุดรักสุดหวงของลีพุ่งเข้าหาเขาทีละชิ้นๆ

"ตายซะ! ม่องซะ! ตายๆๆๆๆๆ!"

คิซาเมะคลุ้มคลั่งด้วยความโกรธแค้นระคนริษยา และยิ่งแค้นหนักขึ้นไปอีกเมื่อการโจมตีแต่ละครั้งพลาดเป้าหมาย เขาคำรามในลำคอด้วยความโมโหเต็มที่ มืออวบหนาอวบใหญ่กวาดคว้าเอาสิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่บนโต๊ะข้างเตียงสีเขียวเปื้อนเลือดของลี คิซาเมะขว้างเจ้าของสิ่งนั้นใส่ซาสึเกะด้วยพละกำลังมหาศาลราวกับเคนชิโร่มาช่วยขว้างก็มิปาน แต่อนิจจา...แม้ว่าการโจมตีนั้นจะสุดแสนรุนแรงและพลังกระบือมากแค่ไหนก็ตาม...มันดันพุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างสุดแสนจะเป็นเส้นตรง ทำให้แม้แต่คนที่ซื่อบื้อที่สุดยังสามารถหลบได้

แค่กๆ แค่กๆ แค่กๆ แค่กๆ

โครม!!! เพล้ง!!!

และก็เป็นไปตามที่คาดไว้ ถ้าคนซื่อบื้อไร้สมองยังหลบได้แล้วนับประสาอะไรกับรูกี้นัมเบอร์ 1 อย่างซาสึเกะ เด็กหนุ่มสาวเท้าหลบไปทางขวา แล้วเจ้าอาวุธบินพลังคูโบต้าก็กระแทกเข้ากับผนังห้องสีเขียวสดที่ตอนนี้มีจุดสีแดงเป็นวอลเปเปอร์ลายใหม่ แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายก็คือ...

หลังจากที่ภาชนะบรรจุแตก ของเหลวพิลึกสีเงินในขวดแก้วนั้นก็สาดกระเด็นไปทั่ว แต่ด้วย sixth sense ที่ซาสึเกะเพิ่งจะรู้ว่าตัวเองมี เขาก็รู้ว่าไอ้ของเหลวจากขวดนั่นมันน่ากลัวเหลือร้าย เขารีบออกท่าตีลังกาหลบหยดนํ้าสีเงินเป็นประกายเหล่านั้น ก่อนที่มันจะทันได้แตะต้องผิวงามๆไร้รอยแผลเป็น (แต่มีคิสมาร์ก) ของเขา

แค่กๆ แค่กๆ แค่กๆ แค่กๆ แค่กๆ แค่กๆ

"พี่?" ซาสึเกะหันไปมองพี่ชายที่ตอนนี้อาการไอกำเริบหนักรุนแรง ดูเหมือนว่าอาการของพี่จะยิ่งแย่ตั้งแต่คิซาเมะโผล่หน้าหื่นๆมา ก็ดูสิ...ซีดซะยังกะผีแน่ะ

"ตาย!" คิซาเมะคำรามก้อง คว้าซาเมะฮาดะดาบคู่ใจออกมา เพราะในที่สุดเจ้าปลาหื่น (ที่อยู่ในโหมดอาฆาต) ก็คิดได้ว่าไอ้อาวุธบินพลังคูโบต้าเหล่านั้นน่ะมันไร้ประโยชน์งี่เง่าสิ้นดี แต่ทว่า...สิ่งที่ดึงความสนใจของอุจิวะผู้น้องไม่ใช่คิซาเมะกับดาบด้ามโตของเขาหรอก แต่กลับเป็นเพราะว่าอยู่ๆเสียงกรีดร้องน่าเวทนาของลีก็หยุดไป ซาสึเกะหันไปมอง แล้วก็ต้อง...เฮือก!!! เฮือก!!! ซาสึเกะขนลุกซู่

ร็อค ลี กำลังจ้องมองเด็กหนุ่มรูปงามอย่างไม่วางตา สายตานั่น...สายตาแบบนั้น ไม่ผิดแน่ มันเหมือนกับสายตาของผู้หญิงพวกนั้น...หรืออาจจะแย่กว่าซะอีก ดวงโตกลมโตที่ค่อยๆเปลี่ยนเป็นรูปหัวใจสีชมพูน่ารักสองดวงที่กำลังจับจ้องมาที่เขา มันกำลังฟ้องว่า...รักเธอเข้าแล้ว

//อยู่ที่นี่ต่อไป เวอร์จิ้นตูไม่รอดแน่// ซาสึเกะคิดได้ดังนั้นแล้วก็รีบคว้าข้อมือพี่ชายที่กำลังไอไม่เลิกวิ่งกระโดดชิ่งหนีออกทางหน้าต่าง โดยไม่ใส่ใจเลยซักนิดว่า ที่พวกเขาโดดลงไปน่ะ...มันชั้น 6 นะครับ

"ม่ายยยยยยยยยยยย! อิทาจิที่ร้ากกกกกกก! กลับมาก๊อนนนนนนนนนน!" เสียงเพรียกจากคิซาเมะ

"เดี๋ยวก่อน ซาสึเกะคุง" ลีร้องเรียก "คุณจะเป็นวาเลนไทน์ของผมได้ไหมครับ"

เงียบ ไร้เสียงตอบจากสวรรค์

...คิซาเมะและลีหันมาจ้องหน้ากัน...

ทั้งคู่กระพริบตาปริบๆ

วินาทีต่อมาธารนํ้าตาโลหิตก็ไหลทะลักพรั่งพรูออกมาจากดวงตาที่สะท้อนแต่ความขมขื่นของคนทั้งสอง และแล้วเสียงสีไวโอลินก็บรรเลงดังขึ้น พร้อมกับห้องที่มืดลงมีเพียงแสงสปอตไลท์ส่อง

"เขาไปแล้ว ฮึกๆ ผม...ผมไม่เคย ฮึกๆ ไม่เคยต้องการใครมากขนาดนี้มาก่อนเลย อะฮึก ในชะ ชีวิตผ๊ม อะฮึก" ลีสะอื้นรํ่ารำพันรัก นํ้าตาแห่งความโศกีทำเอาร่างน้อยๆของเขาสั่นสะท้าน "ผม ฮึก ผมไม่น่าหลงผิด ฮึก ผมน่าจะรู้มาก่อนว่า ฮึกๆ คนที่ผมต้องการจริงๆน่ะคือใคร ฮึก ผมต้องการแค่เขาคนเดียวเท่านั้น ผม ผม..."

"เอาน่าๆ อย่าร้องไห้อีกเลยนะ เจ้าหนู" คิซาเมะปลอบเด็กหนุ่มคิ้วหนาอย่างเห็นอกเห็นใจ พลางส่งผ้าเช็ดหน้าสีเหลืองดูแสบตาให้ แต่แม้กระนั้น นํ้าตาจากการจากพรากของคิซาเมะเองก็ยังมิหยุดไหลริน ราวกับสายธารแห่งรักสลายที่ตกลงมาเป็นห่าฝนสีเทาแห่งความระทม "There's still hope. ความหวังยังมีอยู่" แล้วคิซาเมะก็ควักสมุดโน้ตคู่ใจขึ้นมาเปิดหน้าหน้าหนึ่งอ่าน ข้อความเป็นดังนี้:

--จากกันใช่พรากร้างนิรันดรกาล มีพรากมีพบพานได้ใหม่
จากกันจากแต่ตัวใช่หัวใจ ห่วงอะไรด้านตื๊อไปเดี๋ยวดีเอง--

"จะ จริงเหรอครับ" ลีเงยหน้าขึ้น หยาดนํ้าใสๆยังคลออยู่ในเบ้า แต่แล้วดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความแปลกใจระคนทึ่งอึ้งกิมกี่เมื่อเขาเห็นลายบนผ้าเช็ดหน้าของคิซาเมะ "คุณ คุณก็ชอบนินจาเต่าเหมือนกันเหรอครับ"

"แน่นอน นินจาเต่าน่ะ สุดโปรดของชั้นเลยนะ" คิซาเมะยืดอกขึ้นประกาศอย่างภาคภูมิ เหงือกกระพือเป็นใบพัด

"จริงเหรอครับ ผมก็ชอบมากๆเลยเหมือนกัน มีคอลเลกชันสะสมไว้เต็มเลยด้วย" ลีพูดด้วยนํ้าเสียงตื่นเต้น คิ้วหนาๆของเขากระพือพัดเป็นจังหวะเข้าขากับเหงือกของคิซาเมะ "รวมทั้ง..." ลีสลดไปในทันทีเมื่อนึกถึงผ้าห่มสุดรักของเขากับการจากไปอย่างน่าเศร้าของไมเคิล แองเจโล่ และนํ้าตาที่คลออยู่ในเบ้าก็เริ่มไหลรินอีกครั้ง

"พอเถอะ อย่าร้องไห้อีกเลย พวกเรายังมีเรื่องที่ต้องทำ" มนุษย์ปลากล่าว ดวงตาทั้งสองของมันกลับมามีแสงเรืองประหลาดสีเขียวอีกครั้ง "เรื่องสำคัญมากๆซะด้วย แต่ชั้นจะให้เธอยืมคอลเลกชันสะสมของชั้นก็ได้ แลกกับความร่วมมือเล็กๆน้อยๆจากเธอ" มนุษย์ฉลาม (มิวเตชัน) ยิ้มเจ้าเล่ห์

ได้ฟังดังนั้น ลีก็กลับมาสวิงกิ้งได้อีกรอบ เขายิ้มโชว์ฟันขาวเป็นประกายแล้วกระโดดลุกขึ้นยืนอย่างมีชีวิตชีวา "โอ๊ซ! ขบวนการนินจาเต่าออกปฏิบัติการ!" ว่าแล้วก็ตามด้วยท่าโพสต์สุดเด็ดท่าประจำของครูไกสุดที่รัก อย่างท่าไนซ์กายเข้าทีหนึ่ง

"ช่าย ต้องงั้นซี่" คิซาเมะยิ้มกว้าง ได้พวกแล้ว คราวนี้ละก็ ความฝันที่จะได้หมํ่าอิทาจิก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม เหอๆ มนุษย์ปลามองไปรอบๆห้อง เห็นช็อกโกแลตรูปทรงบูดๆเบี้ยวๆกระจัดกระจายไปทั่วพื้น และอีกครั้งที่นํ้าลายของเจ้าปลาหื่นไหลย้อยจนจะท่วมห้อง เมื่อเขาเริ่มจินตนาการภาพร่างบางเปลือยเปล่าของอิทาจิที่กำลังครางอย่างมีความสุข เมื่อเขาค่อยๆบรรจงเลียซอสช็อกโกแลตหวานๆสีนํ้าตาลออกจากผิวเนียนสวยนั่นอย่างช้าๆ...

ในขณะเดียวกัน ลีก็กำลังล่องลอยเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการเฉกเช่นเดียวกับคู่หูคนใหม่ แต่ความคิดของลีนั้นถือได้ว่าไร้เดียงสากว่าคิซาเมะหลายเท่านัก เขากำลังคิดว่าเขาจะพาซาสึเกะคุงไปเที่ยวดินแดนอันแสนวิเศษสุดของเหล่านินจาเต่า ที่ซึ่งพวกเขาจะสามารถคุยกับไมเคิล แองเจโล่ได้ตลอดวันตลอดคืน แล้วพวกเขา...ก็จะจุมพิตกันดูดดื่มภายใต้ท้องฟ้ายามเย็นก่อนสนธยาจะบรรจบ ก่อนที่แสงสุดท้ายของอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไปทิ้งให้ดินแดนนั้นงดงามอยู่ใต้แสงเดือนและแสงดาว โอ้ ช่างสุดแสนจะโรแมนติก

และแล้วทั้งสองก็เริ่มหัวเราะออกมา หัวเราะช้าๆ...หัวเราะอย่างมีความสุข

ขณะเดียวกัน...

ซาสึเกะมองซ้าย มองขวา มองหน้า มองหลัง อย่างกระสับกระส่าย นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย โอ๊ย จะบ้าตาย อุตส่าห์สู้มาขนาดนี้ จะให้เสียมาเวอร์จิ้นน่ะเรอะ ฝันไปเถอะ! ตอนนี้ อิทาจิก็หยุดไอแล้ว ถึงเวลาที่พวกเขาสองพี่น้องจะวางแผนรบบ้างล่ะ แต่ทว่า...

"นี่ พี่" ซาสึเกะคิ้วกระตุก ชักจะหมดความอดทนแล้วนะเฟ้ย

อิทาจิหันมามองหน้าน้องชาย ซาสึเกะยังคิ้วกระตุกไม่เลิกราวกับไม่พอใจอะไรซักอย่าง

ปึ้ด ปึ้ด กระตุกแล้วกระตุกอีก...กระตุกแล้วก็กระตุกอีก...

หลังจากยืนมองคิ้วน้องชายกระตุกอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็อิทาจิก็ถามขึ้น หน้าตาย เสียงเรียบเฉย "มีอะไร"

ปึ้ด ปึ้ด

"เอามือออกไปจากก้นชั้นเดี๋ยวนี้นะ (โว้ย)!"

..............................................................................................

คาคาชิฮัมเพลงเบาๆ เขากำลังอารมณ์ดี อารมณ์ดีเป็นที่สุด ประมาณว่าถ้าตอนนี้โคโนฮะจะโดนถล่มย่อยยับอีกรอบด้วยฝีมือโอโรจิมารุ คาคาชิก็จะยังยิ้มและโบกมือทักทายโอโรจิเพื่อนเก่าได้อย่างสบายใจ ทำไมน่ะเหรอ ไม่ใช่เพราะวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์หรอกครับ สำหรับครูคาคาชิเค้าน่ะ วาเลนไทน์มันก็แค่วันวันหนึ่งในรอบปี ถ้าคุณคิดว่ารู้จักคนอย่างฮาตาเกะ คาคาชิดีละก็ คุณคงเดาได้แล้ว ใช่แล้วครับ ก็วันนี้น่ะ เป็นวันออกวางตลาดของหนังสือสุดรักสุดโปรดของครูคาคาชิเค้าน่ะสิครับ

เขาเดินไปตามถนน อ่านอะจึ๊ยฯไปพลาง หัวเราะคิกคักราวกับเด็กผู้หญิงชั้นประถมตัวเล็กๆไปพลาง ไม่สนใจเสียงซุบซิบนินทาจากคนเดินถนนรอบข้างเลยแม้แค่น้อย จิไรยะไปสรรหาข้อมูลมาจากที่ไหนนะ ถึงได้คิดเอาพล็อตที่น่าสนใจไม่มีใครเหมือนขนาดนี้มาได้ ใบหน้าภายใต้หน้ากากของโจนินหนุ่มแดงระเรื่อเล็กๆด้วยความกะล่อนระคนระทึก เมื่อเขาอ่านมาเจอซีนสุดสยิวกิ้วของพี่น้องสองคนที่ผูกพันกันด้วยสายใยต้องห้าม

เหอๆ

"เอามือออกไปจากก้นชั้นเดี๋ยวนี้นะ (โว้ย)!"

//เสียงคุ้นๆ// คาคาชิเงยหน้าขึ้น แล้วเขาก็เห็น...

รอยยิ้มสุดทรมานใจสาว (และอีกหลายหนุ่ม) คลี่ปรากฏบนริมฝีปากเรียวงามของอุจิวะผู้พี่ "ถ้าชั้นบอกว่า ไม่อยากเอาออกล่ะ" และด้วยความเร็วแบบสายฟ้าแลบ อิทาจิก็กดซาสึเกะลงไปนอนกับพื้นแล้วขึ้นคร่อมร่างบางนั้นไว้

"พี่" ซาสึเกะจ้องหน้าเขาไม่กระพริบตา พูดสั้นๆแต่นํ้าเสียงนั้นแฝงไปด้วยอันตรายสุดหยั่ง "ลงไปซะ"

อิทาจิเหมือนจะนึกอะไรได้ //ทำไมฉากนี้มันคุ้นๆฟะ// คุ้นจริงๆ คุ้นสุดๆ ชายหนุ่มขมวดคิ้ว แต่ในที่สุดก็เลือกที่จะสลัดความคิดนั้นทิ้งไป //ช่างเห๊อะ// ไอ้ตรงนี้น่าสนกว่าเยอะ มือเรียวสวยของชายหนุ่มค่อยๆลูบไล้สีข้างของร่างบางข้างใต้ สัมผัสแผ่วเบานุ่มนวลราวฟองคลื่น หากแต่แรงสะเทือนใต้ผิวนํ้านั้นก็ทำให้ร่างของอีกฝ่ายสั่นสะท้าน

"พี่..." เด็กหนุ่มสูดหายใจลึก นัยน์ตาสีนิลค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีโลหิตของเนตรวงแหวนที่เปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร

ถ้าเมื่อกี๊คาคาชิกำลังอารมณ์ดีสุดๆ ตอนนี้ก็เรียกได้ว่าเขาอารมณ์ดีสุดๆของสุดๆ โจนินหนุ่มผมเงินยิ้มทะเล้นใต้หน้ากากที่ปกปิดใบหน้า //โอ้ ว้าว นี่มันเด็ดกว่าในอะจึ๊ยฯซะอีกนะเนี่ย// คาคาชิตอนนี้ไม่มีความคิดที่จะเข้าไปจับกุมนินจาอาชญากรระดับ S อย่างอิทาจิเลย เขาไม่สนแม้กระทั่งที่ว่า ไอ้คนที่โดนจับกดน่ะ มันลูกศิษย์เขาเอง คาคาชิหยุดยืนนิ่ง เขาเลือกที่จะดูหนังสดให้ชัดๆให้เห็นเต็มสองลูกกะตา

ซาสึเกะที่กำลังใกล้จะประสาทกินเพราะหวงเวอร์จิ้น (ใครชอบเวอร์ชั่นสัตว์เลื้อยคลาน กรุณาแปลงเองนะครับ) ก็กำลังคิดจะแทงพี่ชายให้สูญพันธุ์เสียด้วยมีดสั้นที่ซ่อนไว้ แต่...

แค่กๆ แค่กๆ

อิทาจิกระพริบตาปริบๆสองสามทีแล้วก้มลงมองหน้าน้องชายอย่างงงๆ "ทำบ้าอะไรของนายน่ะ ซาสึเกะ"

"อะ อะไรนะ!?" ซาสึเกะมองหน้าพี่ชายอย่างไม่อยากจะเชื่อ ทั้งโกรธแล้วก็ช็อค กับท่าทีที่จู่ๆก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ "ชั้นน่าจะเป็นคนพูดประโยคนั้นมากกว่า!" //ไอ้พี่บ้า// "เดี๋ยวก่อน หรือว่า..." เด็กหนุ่มทำท่าครุ่นคิด "นายโดนนํ้ายาพิลึกๆสีเงินนั่นรึเปล่า"

"ถ้าใช่แล้วไงล่ะ" อิทาจิถาม "มันเป็นยาพิษหรือว่าอะไร"

ตอนนั้นเองที่คาคาชิตัดสินใจว่าไอ้ทฤษฎีของซาสึเกะว่าด้วยนํ้ายาประหลาดสีเงินนั่นน่าจะเป็นอะไรฟังดูน่าเบื่อ และหันกลับไปสนใจหนังสือในมือเหมือนเดิม ไม่นานโจนินหนุ่มก็เดินหายลับจากฉากไป...

"แต่ตอนนี้ชั้นปกติดีแล้วนี่" อุจิวะผู้พี่ว่า หลังจากฟังทฤษฎีสุดยาวยืดจบ

"ไม่รู้เหมือนกัน แต่มันได้ผลกับลี นายไม่เห็น-"

แค่กๆ แค่กๆ

"เห็นอะไร" รอยยิ้มสุดเซ็กซี่ปรากฏบนใบหน้าที่เคยเฉยชาอยู่เป็นนิจอีกครั้ง นิ้วเรียวยาวที่ปลายเล็บทาสีดำอมม่วง ยํ้า! ดำ อม 'ม่วง' ไว้ค่อยๆเชยคางของน้องชายขึ้น "นายไม่ต้องเห็นหรอก ชั้นจะสอนให้นายรู้ว่ามันมีอย่างอื่นอีกมาก มากกว่าที่ตาเห็น" อิทาจิกล่าวด้วยนํ้าเสียงสุนทรีย์ ค่อยๆโน้มตัวลงหาริมฝีปากสีแดงสดของอีกฝ่าย...

แค่กๆ แค่กๆ

นัยน์ตาของอุจิวะผู้พี่เบิกกว้าง เมื่อเขารู้สึกตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ เขายั้งตัวไว้ทันที "เวรล่ะสิ"

ท่ามกลางความตื่นตระหนกของสองพี่น้อง เสียงๆหนึ่งก็ดังลอยมาจากอีกฟากของถนน "โอ พระเจ้าจอร์จ ลี ทำอะไรลงไปเนี่ย!" สองพี่น้องหันขวับไปมอง ก็เห็นสายลับ 1010 เอ๊ย เท็นเท็นในชุดชุนหลีกับรองเท้าสเก๊ตวิ่งเต็มสตีมมาทางพวกเขาด้วยความเร่ง 20 เมตรต่อวินาทีกำลังสอง "ถ้าไม่อยากใช้มัน ก็น่าจะเก็บให้มันดีๆสิ" เธอบ่นพึมพัมกับตัวเอง วงล้อเล็กๆที่ติดกับรองเท้าสุดจ๊าบของเธอส่งเสียงกี๊ดกี๊ดแสยงหู เมื่อเธอเบรคตัวหยุดหน้าสองพี่น้องอุจิวะ

"เธอรู้อะไรเกี่ยวกับยานั่นรึ-" ซาสึเกะจะถาม แต่เท็นเท็นก็รีบขัดขึ้นทันที

"มันเป็นยาสเน่ห์ ใครก็ตามที่ถูกยานั่นจะตกหลุมรักคนคนแรกที่ได้เห็น ชายหรือหญิงไม่เกี่ยง โอ้ พระเจ้าจอร์จ ลี ทำอะไรลงไปเนี่ย!" เจ้าหล่อนส่ายหัวอย่างไม่อยากจะเชื่อ โอ้ ก็อด "แต่โชคยังดีนะ ที่คุณพี่ชาย (เจ๊ไปรู้ได้ไงว่าอิทจังเค้าเป็นพี่ซัสจัง) เป็นหวัด ยามันเลยไม่ได้ผล 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ระวังนะ ถ้าระบบภูมิคุ้มกันเปลี่ยน อย่างเช่น ถ้าไอละก็..." เท็นเท็นหันไปมองนาฬิกาข้อมือสีฟ้าเข้ากับชุดของเจ้าหล่อน "ไอ๊หยา! ขืนไม่รีบไป ไปงานคอสเพลย์สายแหงๆ ไปล่ะ ขอให้โชคดี!" แล้วเธอก็ออกวิ่งสเก็ตไปตามถนน ไกลออกไป...ไกลออกไป จนลับสายตาที่สุดเส้นขอบฟ้าโน่น

สองพี่น้องหันมามองหน้ากัน

"แล้วเราจะแก้อาการนี้ยังไงล่ะ" ซาสึเกะถาม

"......................................" อิทาจิเงียบ

"......................................" ซาสึเกะเงียบด้วย

"ทำไมเมื่อกี๊นายไม่ถามเธอเล่า!?" สองหนุ่มรูปงามตะโกนใส่หน้ากันและกัน เรื่องสำคัญยังงรี้ปล่อยไปได้ไง

ผู้คนกรีดร้องอย่างตื่นตระหนก ต่างคนต่างพากันวิ่งกระจัดกระจายอย่างไม่คิดชีวิตไปคนละทาง ถนนสายหลักของหมู่บ้านโคโนะฮะที่เคยเงียบสงบ บัดนี้พลุกพล่านไปด้วยความสับสนอลหม่านของผู้คนที่ต่างพยายามกระเสือกกระสนเอาชีวิตรอด เมื่อกระดองเต่าขนาดใหญ่ยักษ์ราวกับรถถังเบียดตัวเคลื่อนที่เข้ามาในถนน "ฮี่ๆๆๆๆๆ ใกล้แล้วล่ะ ชั้นได้กลิ่นแล้ว" คิซาเมะหันไปพูดกับคู่หูคนใหม่ จมูกก็ฟุดฟิดดมกลิ่นในอากาศไปด้วย

"เอ่อ..." ลีออกท่ากระสับกระส่ายเล็กน้อย "กัปตันครับ กัปตันแน่ใจน่ะครับว่าไอ้วิธีนี้มันจะสามารถช่วยให้เราไม่เป็นจุดสนใจน่ะ"

ดวงตาของคิซาเมะวาวโรจน์ เจ้าปลาหันมาแยกเขี้ยวใส่ลี "เธอคิดว่าการตัดสินใจของชั้นมันผิดรึ"

"มะ ไม่ครับ ไม่เลย พวกเราจะต้องจับตัวเป้าหมายได้เร็วๆนี้แน่นอนครับ" ลียิ้มส่งประกายให้ //รอก่อนนะจ๊ะ มายดาร์ลิ่ง ชั้นจะไปรับเธอเดี๋ยวนี้แหละ//

ฟุดฟิดๆ ฟุดฟิดๆ

"เป้าหมายของเราเคลื่อนที่อีกแล้ว เร่งความเร็วเข้า ลี เร่งความเร็ว!" คิซาเมะทำเสียงสั่งแบบทหาร ว่าพลางตัวเขาเองก็สปีดอัพไปด้วย

"โอ๊ซ!" ลีเริ่มออกวิ่ง เขามองผ่านรูเล็กๆที่คิซาเมะเจาะไว้ที่กระดองเต่า handmade 100 เปอร์เซ็นต์ออกไป โลกภายนอกนั่นราวกับจะหยุดนิ่ง เมื่อพวกเขาเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นเรื่อยๆ แล้วสองคู่หูผู้ตามหารักแท้ก็เคลื่อนพลไปตามทางตามเสียงแห่งหัวใจ เร็วเสียยิ่งกว่าแสงด้วยพลังทั้งหมดที่พวกเขามี

กลับไปที่สองพี่น้องอุจิวะ...

"นายแน่ใจนะว่าทางนั้นน่ะ"

"ก็ชั้นเห็นเธอวิ่งมา-" แค่กๆ แค่กๆ

"ไม่น้า~~~~" ซาสึเกะรีบผละถอยออกมาทันที เมื่อเห็นท่าทีของพี่ชายเปลี่ยนไปเป็นหื่นถนัดตา อิทาจิยิ้มเยาะท่าทางของน้องชาย ซาสึเกะถอยกรูด พี่ชายก็ย่างสามขุมเข้ามาราวกับราชสีห์จะตะครุบเหยื่อ ถอยแล้วก็ถอยอีก...ถอยแล้วก็ถอยอีก จนกระทั่ง...ปึ้ก! หลังของซาสึเกะชนเข้ากับต้นไม้ หมดทางหนีแล้ว

"มาต่อกันดีกว่านะ" สองแขนของอิทาจิขนาบข้างศรีษะของเด็กหนุ่ม ดักทางไว้ไม่ให้หนี เวอร์จิ้นนาย เสร็จแน่ หึหึหึ

The Shark and The Weasel ตอนที่ 4

หากมีคนถาม สาวขี้อายอย่างฮินาตะคงไม่กล้าตอบว่าวันนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของเธอ แต่ในใจฮินาตะจังเค้าน่ะน่ะกำลังลิงโลดตีลังกาโจนเข้าป่าไปแอฟริกาโน่นแล้ว ทำไมน่ะเหรอ ก็จู่ๆนารุโตะคุงก็มาชวนเธอไปออกเดทน่ะสิ (นารุจังเอ๊ย ถึงจะให้อภัยเพราะเป็นฮินาตะจัง แต่ก็กลับมาสู่เส้นทางสีม่วงเห๊อะ)

หัวใจดวงน้อยๆของเธอเต้นระรัวอยู่ในทรวงอก แล้วสองมือเรียวเล็กที่เกี่ยวประสานกันก็บิดไปบิดมาด้วยความประหม่า นั่น เขามาแล้ว เทวดาผมทองที่มีแสงอันอบอุ่นเจิดจ้าห่อหุ้มโลกใบน้อยของเธอไว้ด้วยรอยยิ้มอันแสนอบอุ่น นัยน์ตาคู่สวยสีฟ้าใสนั่น ทุกครั้งที่มันจ้องมองมาทางเธอ ก็ราวกับจะสามารถมองลึกเข้าไปได้ถึงภายในดวงจิต

ใบหน้าของฮินาตะแดงระเรื่อราวกับมะเขือเทศสุขด้วยความเขินอาย เมื่อนารุโตะคุงผู้ร่าเริงโบกมือให้เธอพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ เพียงแค่นั้นก็ราวกับจะทำให้หัวใจของสาวน้อยหยุดเต้น วาเลนไทน์นี้ พระเจ้าเบื้องบนช่างเอื้ออารีต่อเธอนักที่ทรงประทานวันอันสวยสดให้แก่ชีวิตที่เหี่ยวแห้งของเธอ

//พระ พระ พระ พระเจ้าคะ ขะ ขะ ขะ ขะ ขอบคุณมากๆ ที่ท่านชะ ชะ ชะ ช่วยประ ประ ประทานวันดีๆให้หนูกับนะ นะ นะ นะ นารุโตะคุง// เฮ้อ กว่าจะจบ พระเจ้ารอเหนื่อยเลย

แต่เหนื่อยไม่เหนื่อยไม่ว่าล่ะ เพราะทุกอย่างย่อมมีสองด้านเสมอ พระเจ้าอาจใจดีกับสาวน้อยผู้น่าสงสาร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะใจดีกับทุกๆคนในวันวาเลนไทน์ (สีเลือด)นี้ ...

แม้โบสถ์สีขาวก็มิอาจกลับมาสะอาดบริสุทธิ์ได้อีกเมื่อพ้นผ่านวันแห่งชะตากรรม...

ไม่ไกลจากที่ที่อิทาจิคุงกำลังใช้เวลาอันมีค่ากับ family reunion ที่แสนสุข (เป็นพี่ชายที่รักน้องจริงๆ) ยังมีโบสถ์อยู่แห่งหนึ่ง โบสถ์นี้ทำด้วยหินอ่อนสีขาวดูสวยสะอาดตาซึ่งจะถูกขัดให้วาววับอยู่เสมอ แต่แม้ว่าโบสถ์แห่งนี้จะงามเพียงใด แต่มันกลับเงียบเหงา ไร้สิ้นซึ่งผู้มาเยือน...

บนโต๊ะไม้มะฮอกกานีสุดหรู บาทหลวงผมดำนอนนิ่งไม่ติงไหว เสียงกรนดังก้องไปถึงโถงหลังคาสูง สะท้อนไปสะท้อนมาราวกับปีศาจกระซิบสาป ยามบ่ายของวันแบบนี้เหมาะสำหรับการอู้งานมานอนหลับฝันหวานเป็นที่สุด ใช่แล้ว ฝันใดจะหวานเท่าฝันนี้เป็นไม่มี บาทหลวงนอนหลับนํ้าลายไหลยืดหยดติ๋งๆเป็นทาง พอนํ้าลายไหลผ่านคาง บาทหลวงก็ตวัดลิ้นยาวมาเลียเสียให้สะอาดซะตอนนั้นทั้งยังหลับอยู่

ฝันถึงการขืนใจเด็กเอ๊าะๆ...ฝันดีอย่างงี้ไม่อยากตื่นขึ้นมาเลย...

ปัง! โครม!

แต่แล้ว อนิจจา บาทหลวงผู้หลับใหลก็ต้องฝันสลาย เมื่อสองหนุ่มรูปงามผู้มากับโชคร้ายพังประตูไม้ของโบสถ์เข้ามา ใบหน้าคมของทั้งสองฉายแววตื่นตระหนกและว้าวุ่นจิตเป็นที่สุด

"สารภาพบาป! ผมจะสารภาพบาป!" อุจิวะผู้น้องตะโกนกรอกหูบาทหลวงที่ยังไม่ยอมลุก

บาทหลวงผมดำรีบเอามืออุดหูไว้ให้พ้นจากเสียงปีศาจเกินโควต้าเดซิเบลก่อนที่มันจะทำให้เยื่อแก้วหูอันแสนบอบบางของเขาฉีกขาด //กรูไม่อยากตื่นว้อย กรูจาน๊อน!!!// แล้วก็พูดด้วยนํ้าเสียงที่ฟังดูสุภาพนุ่มนวลกว่าความคิดเมื่อกี๊หลายเท่าตัว "ชั้นกำลังฝันดี อย่ากวนได้มะ" (นี่นุ่มนวลแล้วนะเนี่ย)

"แต่ผมยังไม่อยากตกนรกนะ! ตื่นมาให้ผมสารภาพบาปก่อน!" ซาสึเกะร้อนรน จับคอเสื้อบาทหลวงขี้เซาที่หันหลังให้เขาเขย่าแรงๆ แต่บาทหลวงก็ยังไม่ยอมตื่น "นี่ ตื่นสิ! ตื่นๆๆๆๆ!!!!"

อิทาจิ - -""" มองน้องชายที่หลุดโลกไปแล้วเพราะไอ้เหตุการณ์สุด...สยองแต่ชวนเลือดกำเดาไหลเมื่อตะกี๊...มือของอาชญการหนุ่มยังคงกุมปิดริมฝีปากของตัวเองเมื่อเขาหันไปเตือนสติเด็กหนุ่ม "ซาสึเกะ เลิกบ้าซะที จริงๆคนที่ต้องสารภาพบาปน่ะมันชั้น"

ซาสึเกะหันขวับมามองพี่ชาย นัยน์ตาสีนิลเบิกกว้าง "พูดจริงเหรอ"

"...ก็จริงน่ะสิ"

"ชั้น...ไม่ได้ทำผิดใช่มั๊ย"

"เออสิ - -""" ก็..." อาชญากรรูปงามอํ้าอึ้งเล็กน้อย "ก็...ชั้น...จูบนายก่อน..." ยอมรับก็ได้ฟะ

"แต่ชั้นจูบตอบอ่ะ!"

ชิ้~งงงงงง~~~ ทุกอย่างกลับสู่ความเงียบ

"...................................พูดจริงเหรอ" เสียงทุ้มนุ่มลึกถามขึ้น เมื่อใช้เวลา 2 นาทีพิเคราะห์แล้วว่าเสียงที่ว่าไม่ได้มาจากพี่/น้องชาย สองพี่น้องก็หันไปมองทางต้นเสียง และแล้ว...พวกเขาก็เห็น...บาทหลวงผมดำหน้าขาววอกกับอายแชโดว์สีม่วงเฉิดฉาย...เอ่อ ในที่นี้ เห็นกันจะๆว่าเป็นไมเคิล แจ๊คสัน เอ๊ย ไม่ใช่ โอโรจิมารุในคราบนักบุญจอมปลอมที่กำลังแผ่รังสีสีม่วงเข้ากับอายแชโดว์ดูน่าขนลุกไปรอบอาณาบริเวณ รอบดวงตาสีทองฉายแววอาฆาตแค้นจับจ้องมาที่อุจิวะผู้พี่

"เธอกล้ามากนะ อิทาจิคุง" โอโรจิมารุส่งยิ้มที่ดูบูดๆเบี้ยวๆให้อิทาจิ หากแต่ในรอยยิ้มนั้นปราศจากสิ้นซึ่งไมตรีจิต "ถึงจะเป็นเธอ แต่มาขโมยจูบแรกของซาสึเกะคุงแบบนี้ ชั้นก็ไม่ให้อภัยหรอกนะ"

ก่อนที่อิทาจิจะทันได้อธิบาย (และก่อนที่ซาสึเกะจะทันได้บอกว่านั่นมันไม่ใช่จูบแรกของเขา) ก็มีเสียงตะโกนกึกก้องกัมปนาทลอยลอดมาจากประตู "เจอตัวแล้ว อิทาจิที่ร้ากกกกกกกกกกก!!!" และเสียงเล็กๆที่สั่นเครือเช่นเดียวกับหัวใจที่แตกสลายจากสิ่งที่ได้ยิน "first kiss ของซาสึเกะคุง ม่ายยยยยยยยยยยยยย!!!"

ใช่แล้วครับ เสียงนั่นมิใช่ใครอื่น แต่เป็นขบวนการเต่านินจาอันเลื่องชื่อ คิซาเมะกับลีนั่นเอง และพวกเขาไม่ได้มาตัวเปล่า แต่มากับกระดองเต่า handmade 100 เปอร์เซ็นต์ที่ทำมากับมือ

คิซาเมะทำเสียงครืดคราดในลำคอ ดวงตาที่มีเสียงสีเขียวสว่างวาบด้วยมาดมุ่งร้ายจับจ้องมาที่ชายทั้งสามที่อยู่เบื้องหน้า ก่อนที่จะออกคำสั่งกับคู่หูคนใหม่ "ลี เตรียมปืนใหญ่คิซามี่ลีช็อคโกให้พร้อม!"

"ได้เลยครับ กัปตัน!" ลียกมือขึ้นตะเบ๊ะแล้ววิ่งหายเข้าไปในกระดองเต่า handmade 100 เปอร์เซ็นต์ที่ทำมากับมือ ครู่หนึ่งก็วิ่งกลับมาพร้อมกับวัตถุรูปร่างพิลึกพิลั่นที่ดูน่าจะเป็นปืนใหญ่ "ทางนี้พร้อมโจมตีทุกเมื่อที่สั่งครับกัปตัน"

"ดีมาก" คิซาเมะพยักหน้าให้ลีทีหนึ่ง "เอาล่ะ 1-2-3 ยิ-"

เพล้ง!!!!! เพล้ง!!!!! เพล้ง!!!!!

ทันใดนั้น ก่อนที่คิซาเมะจะได้สั่งยิง หน้าต่างของโบสถ์ก็แตกละเอียดไปแถบหนึ่ง บรรยากาศในห้องก็มืดครึ้มวังเวงและเยียบเย็นลงจนน่าขนหัวลุก และจู่ๆ พรึ่บ! ไฟทุกดวงก็ดับลง ทิ้งให้ภายในโถงแห่งนั้นมืดสนิทราวกับกลางคืน

"....คืนม~า....า...าาา..." เสียงเย็นๆลอยแว่วมาตามสายลม "..........เ...อ...า...คื...น...มา...............คื...น...ม...า...า...าาาา..." เสียงนั้นเย็นเยียบและโหยหวนชวนสยองเป็นยิ่งนัก

"อะ อะไรกันน่ะ!?" ลีถามขึ้นด้วยความตระหนก เหงื่อเย็นๆไหลซึมจากทั่วทุกอณูของรูขุมขนแม้ว่าในโถงนั้นจะอุณหภูมิตํ่าแค่ไหนก็ตาม ด้วยความกลัวเด็กหนุ่มคิ้วหนาสุดสะแนนก็กระโดดเข้ากอดลูกพี่ตัวใหญ่หัวใจโต๊โตอย่างคิซาเมะไว้แน่นด้วยอารามหวาดผวาราวกับทารกมิยอมห่างมารดา และปรอทความกลัวของลีก็พุ่งขึ้นถึงเกือบจะถึงขีดสุด เมื่อกลุ่มควันสีเทาจางลอยผ่านเข้ามาทางหน้าต่างที่แตกเหล่านั้น ฉับพลันหมอกนั้นก็ก่อตัวขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง

สิ่งที่ปรากฏให้เห็นเบื้องหน้านั้นทำให้ปรอทของลีทะลุองศาแตก เมื่อเขาจำได้ว่าร่างเหล่านั้นคือเหล่าหญิงสาวเคราะห์ร้ายที่อิทาจิกับซาสึเกะถล่มทิ้งอย่างไร้เมตตาจิตด้วยปืนกลและไดนาไมต์ในห้องของเขา

ลีกรีดร้องสุดเสียง ขนคิ้วดกหนาที่วาววับไปด้วยเหงื่อกระเพื่อมเป็นแถบ "ผะ ผะ ผะ ผะ ผี!!!!!!"

...และตอนนั้นเอง...ที่เราได้รู้ว่าลีกับฮินาตะมีส่วนที่คล้ายกัน

เจ้าปลาหื่นคิซาเมะ เมื่อเห็นว่าตอนนี้ลีช่วยอะไรไม่ได้แล้ว ก็ตัดสินใจจะลงมือเอง เขากระเตงเอาลีที่กอดรัดเขาแน่นไม่ยอมไปไหนไปหยิบเอาลูกปืนใหญ่ยัมมี่ช็อคโกไปใส่ในปืนใหญ่คิซามี่ลีช็อคโกแล้วรีบจุดไฟ ไฟลุกเผาไหม้เชือกเป็นทางใกล้เข้าไปถึงจุดหมายทุกทีๆ และ...

ตูม!!!!

เร็วกว่าเต่าวิ่ง ลูกปืนใหญ่ยัมมี่ช็อคโกก็บินลอยฟ้าออกจากปากกระบอกปืนใหญ่คิซามี่ลีช็อคโกพุ่งหลาวตรงไปยังเป้าหมายที่ยังยืนนิ่ง อึ้งกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นเพราะความห่วงหาอาลัยรัก (จนเกินเหตุ) ของเหล่าเด็กสาว

โพละ!!!!

อิทาจิกับซาสึเกะสะดุ้งตื่นจากภวังค์เมื่อลูกปืนใหญ่ยัมมี่ช็อคโกแตกออก และซอสช็อคโกแลตหวานๆสีนํ้าตาลเข้มก็สาดกระเด็นเลอะไปทั่วร่างของสองพี่น้อง

แค่กๆ แค่กๆ

"เฮ้ยยย! ไม่ใช่ตอนนี้นะ!" ซาสึเกะตะกายถอยหลังไปเป็นโยชน์ ซอสช็อคโกแลตเปื้อนเปรอะพื้นหินอ่อนขาวๆไปเป็นทาง ด้วยความกลัวที่ว่าเดี๋ยวอิทาจิจะเล่นแผลงๆมาเลียซอสช็อคโกแลตออกจากตัวเขา บรื๋อ...แค่คิดก็หยองแล้วอ่ะ ถ้าเป็นงั้นมีหวังได้สารภาพบาปเพิ่มอีกแหงๆ

"คืนพี่น้องอุจิวะมาให้เรานะ!" เหล่าวิญญาณของผู้วายชนม์กู่ร้องก้องกัมปนาท ทำหน้าต่างแตกไปอีกหลายบาน

"อิทาจิเป็นของชั้นเท่านั้น! จะยังมีลมหายใจอยู่รึเปล่าชั้นไม่สน แต่ถ้าใครมันคิดจะแย่งอิทาจิไป มันเท่ากับการประกาศสงคราม!!! สงคราม!!!" คิซาเมะประกาศก้อง ชัดถ้อยชัดคำ "กลับไปประจำที่ ลี เราจะสู้เพื่อรักแท้ของเรา!"

"กล้าดียังไง!" โอโรจิมารุที่นิ่งดูเหตุการณ์อยู่นานกัดฟันกรอดๆ นัยน์ตาสีทองคุไปด้วยไฟโกรธะ "ใครก็ตามที่ทำให้โบสถ์ของชั้นสกปรก ใครก็ตามที่แตะต้องซาสึเกะคุง และใครก็ตามที่ประกาศว่าเป็นเจ้าของอิทาจิ มันผู้นั้นจะไม่มีชีวิตรอดกลับไป! ภาวนาให้ตัวเองซะ เจ้าพวกคนบาป! โอโรจิมารุผู้นี้จะลงทัณฑ์แกเอง!"

และสงครามขนาดย่อมๆก็เปิดฉากขึ้น

...โดยไม่มีใครสนใจเสียงทัดทานของลีที่ยังกอดคิซาเมะแน่นไม่ยอมไปไหน "แต่ผู้หญิงพวกนั้นตายแล้วนะครับ!"

.................................................................................................................................................................

"พี่น้องอุจิวะต้องเป็นของชั้นเท่านั้น!" งูหื่นโอโรจิมารุประกาศเสียงกร้าว พลางกระโดดขึ้นไปยืนเต๊ะอยู่บนโต๊ะปะรำพิธีตัวสวย ราวกับว่าจะเป็นการประกาศให้โลกรู้ว่า ข้านี่แหละเจ้าแห่งเกย์คิง แม้ว่าไอ้อายแชโดว์สีม่วงเฉิดฉายที่ประดับอยู่รอบดวงตานั่นจะทำให้เขาดูเหมือนเกย์ควีนมากกว่าก็ตาม

ตูม!!!!

ลูกปืนใหญ่ยัมมี่ช็อคโกลูกที่ 2 ถูกยิงลอยละลิ่วออกไปอีกครั้ง ครั้งนี้มันพุ่งเข้าหาฝ่ายปัจจามิตรอย่างเต็มอัตราศึก แต่ อนิจจา แม้ว่ามันจะมีความเร็วและแรงสักเพียงใด ลูกปืนใหญ่นั่นกลับพุ่งทะลุผ่านร่างวิญญาณโปร่งใสของเหล่าเด็กสาวไปอย่างไร้ประสิทธิผล ส่วนโอโรจิมารุก็สามารถหลบการโจมตีนั้นได้อย่างง่ายดาย

ดวงตาของคิซาเมะวาวโรจน์ด้วยความคับแค้นและโมโห แสงสีเขียวในดวงตาสว่างวาบขึ้นเหมือนไฟนีออน เมื่อสายตาของเจ้าปลาหื่นปะทะเข้ากับของโอโรจิมารุ ประกายไฟลั่นเปรี๊ยะๆ ปลาหื่นปะทะงูหื่น ใครจะหื่นได้มากกว่ากัน ศึกแย่งชิงความเป็นเจ้าของสมญาสุดหื่นได้เปิดฉากขึ้น ณ ที่นี้แล้ววววว~

"แก รู้ไหมว่าชั้นเป็นครายยยยย" คิซาเมะแยกเขี้ยว "หา ไอ้ตุ๊ด!" (ขอโทษชาวกระเทยทุกๆคนนะครับ ผมไม่ได้มีเจตนาลบใดๆ)

"ตะ ตะ ตะ ตะ ตุ๊ด!" โอ้ พระเจ้าจอร์จ ฮินาตะซินโดรมเข้าเล่นงานโอโรจิมารุไปอีกคนแล้ว

"ช่าย แกน่ะมันเป็นได้แค่ตุ๊ด" คิซาเมะว่าพลางตบอกลํ่าๆของตนเอง "ชั้นต่างหากที่เป็นยอดชายเหนือชาย" ว่าแล้วมนุษย์ฉลามก็หันไปใช้เทคนิกที่อุตส่าห์ไปซุ่มฝึกมากับคู่หูคนใหม่ เขาเป่าดวงใจดวงน้อยลอยละลิ่วปลิวเข้าหาสุดที่รักอย่างอิทาจิ ในฉากหลัง ลี ที่ในที่สุดก็ยอมลงจากหลังคิซาเมะ กำลังกระโดดตีลังกาหน้า ลังกาหลัง ทำล้อเกวียน โชว์ยิมนาสติก พลางตะโกนเชียร์ "กัปตันคิซาเมะสู้ๆ!" ไปด้วย แต่...

เคราะห์ซํ้ากรรมซัด ราวกับสวรรค์กลั่นแกล้งให้รักคุด หนุ่มรูปงามสุดสิเน่หาของเจ้าปลาหาได้สนใจหัวใจสีชมพูลอยลมไม่ เขากำลังวุ่นสาละวนอยู่กับการเลียซอสช็อคโกแลตแสนอร่อยจากนิ้วของซาสึเกะ และหัวใจที่ถูกทอดทิ้งก็ลอยละลิ่วปลิวอัดเข้ากับกำแพงที่แข็งและไร้หัวจิตราวกับทั่ง และแปรสภาพเป็นสติ๊กเกอร์แปะคาอยู่ที่นั้นเอง

"คำขู่ของแกน่ะมันก็แค่ลมปาก ทำอะไรชั้นไม่ได้หรอก เพราะว่า..." คิซาเมะหยุดเก๊กทำหน้าขรึมก่อนจะส่งยิ้มทอประกายวาววับให้ โดยไม่สนใจเสียงยี้จากเหล่าเด็กสาว "I. Will. Survive."

ทันใดนั้นเอง โถงที่มืดสนิทนั้นก็สว่างขึ้นด้วยแสงไฟจากสปอตไลท์หลากสี ควันจาก dry ice ลอยคลุ้งไปทั่วฉาก และเมื่อควันนั้นจางลงก็ปรากฏเงาร่าง 3 ร่างยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู

"Music starts!" เสียงผู้หญิงวัย teen ร้องสั่ง

จู่ๆ เสียดนตรีดังกระหึ่มก็บูมขึ้น พร้อมๆกับที่แสงจากสปอตไลท์หมุนวนไปมาก่อนจะฉายทาบไปที่ร่างเงาปริศนาเหล่านั้น และเผยให้เห็นเจ้าของเสียงสั่งเมื่อครู่เป็น...เทมาริในชุดมินิสเกิร์ตสั้นสีแดงและเสื้อรัดรูปเอวลอยสีดำทีมีคำว่า 'hot chick' กับรองเท้าหนังสีดำเป็นมันยาวถึงเข่า เทมาริคว้าไมโคโฟนออกมาจากอากาศธาตุขึ้นมาถือไว้ใกล้กัริมฝีปากอิ่มที่ทาลิปสีแดงสดของเธอ พลางร้องขึ้นด้วยเสียงสุดไพเราะเสนาะโสตว่า:

"At first I was afraid, I was petrified
Kept thinkin’ I could never live without you by my side
But then I spent so many nights thinkin’ how you did me wrong
And I grew strong and I learned how to get along"

สายตาทุกคู่ต่างหันไปจับจ้องที่เธออย่างตื่นตะลึง เทมาริไม่สนใจ ยังคงร้องเพลงของเธอต่อไป

"And so you’re back from outer space
I just walked in to find you here with that sad look upon your face
I should have changed that stupid lock, I should have made you leave your key
If I’d have known for just one second you’d be back to bother me"

สปอตไลท์หมุนวนไปมาอีก 1 รอบก็จะเวียนไปฉายร่างเงาอีกสองร่างข้างๆเทมาริ และแล้วทุกคนก็ต้องตะลึง! ตะลึงครับ! ทุกคนถึงกับอ้าปากค้างกับสิ่งที่ได้เปิดเผยสู่สายตา ณ ที่นั่น เบื้องหน้าของพวกเขา กาอาระแห่งทะเลทรายและคันคุโร่พี่ชายของเขากำลังออกท่าเต้นมันส์สะเด็ดราวกับแดนเซอร์อาชีพก็มิปาน สองพี่น้องนินจาทรายอยู่ในชุดกางเกงหนังรัดติ้วกับเสื้อผ้าไหมสีขาวสุดหรู กระดุมสองเม็ดบนไม่ได้ติด เน้นโชว์ให้เห็นอกงามๆกันจะๆ (เช็ดนํ้าลายซะๆ เดี๋ยวคีย์บอร์ดเจ๊งนาคับ)

อย่างไรก็ดี จะด้วยพลังแห่งเจ้าแห่งเกย์คิงตามที่เขาอ้างหรืออะไรก็ตาม งูหื่น โอโรจิมารุก็หลุดพ้นจากภวังค์สะกดของบทเพลงของเทมาริ เขาลงมือกัดนิ้วโป้งตัวเอง เลือดสีแดงฉานไหลหยดติ๋งๆจรรโลงใจชาว Sm ยิ่งนัก โอโรจิมารุสะบัดนิ้วเปื้อนเลือดราวกับพู่กันจีนทาลงบน tatoo รูปงูน้อยสุด love บนแขน "ออกมา มันดะ ชั้นเลือกนาย!" แล้วเจ้างูหื่นก็หัวเราะราวกับคนบ้า ขณะที่เทมาริยังคงร้องเพลงต่อไป

"Go on now, go walk out the door
Just turn around now ‘cause you’re not welcome anymore
Weren’t you the one who tried to hurt me with goodbye
Did you think I’d crumble, did you think I’d lay down and die"

บ๊อง!

ควันจากคาถาเชิญจางไป และที่โผล่ออกมาก็คือ งูตัวใหญ่ยักษ์ราวกับโกหก ฝ่ายพวกผู้หญิงเกิดอาการทนไม่ได้ที่เห็นเทมาริทำเด่นเกินหน้าเกินตา จึงตัดสินใจหันหนีไปอีกทาง แต่แล้วพวกหล่อนก็ต้องผงะเมื่อไปสบตาเข้ากับเจ้างูยักษ์ที่ไร้สิ้นซึ่งความเป็นมิตร

ทันใดนั้นเอง! เหล่าวิญญาณคลั่งรักก็แข็งโป๊กราวกับถูกเมดูซ่าสาปให้เป็นหิน ลอยเท้งเต้งไม่ขยับอยู่กลางอากาศ

โอโรจิมารุกระพริบตางงๆ "เอ๋ นายไม่ใช่มันดะนี่"

เจ้างูยักษ์ส่งเสียงฟ่อๆ งงพอๆกับคนเรียก แต่วินาทีต่อมามันก็ได้ตระหนักว่า //มาผิดเรื่องนี่หว่าเรา// พยักหน้ากับตัวเองทีหนึ่ง เจ้าบาสิลิกส์ก็เลื้อยเข้าไปในอุโมงค์มิติ กลับสู่เรื่องแฮรี่ พอตเตอร์ดังเดิม

"Oh, no, not I-I will survive
Oh, as long as I know how to love I know I’ll stay alive
I’ve got all my life to live and I’ve got all my love to give
And I’ll survive, I will survive, hey, hey"

หลังจากที่เทมาริร้องเพลงจบ เธอก็เหลือบไปเห็นหนุ่มแว่นดำ อาบุราเมะ ชิโนะ ยืนจังก้าอยู่เบื้องหน้า ถึงชิโนะจะใส่แว่นดำปิดไว้ แต่เทมาริก็รู้ว่าสายตาของชายหนุ่มที่เพ่งเล็งมาที่เธอนั้นเต็มไปด้วยความโกรธเคือง

"เธอรู้รึเปล่าว่า Gloria Gaynor กับชั้นน่ะมีผมทรงเดียวกัน" ชิโนะรีบใส่ทันที


[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: hiyuura เมื่อ 2005-05-14 19:23 GMT+7]


  โดย hiyuura
  โพสต์เมื่อ: 14/05/2005-19:21 GMT+7  
   ชมข้อมูลของ hiyuura    แก้ไข/ลบ กระทู้นี้  ตอบกลับด้วย quote
  

 

 


The Shark and The Weasel ตอนที่ 5

"รู้มั๊ยว่าชั้นกับ Gloria Gaynor น่ะมีผมทรงเดียวกัน" ชิโนะเขม่นใส่เทมาริ

แต่สาวมั่นอย่างเทมาริมีรึจะกลัว "ก็เห็นๆกันอยู่" เธอสวน "แล้วจะทำไมล่ะ" คำตอบของเธอยิ่งยั่วโทโสชิโนะขึ้นไปอีก หนุ่มแว่นดำจ้องเทมาริอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ

ฝ่ายคันคุโร่ที่พอเพลงจบก็เต้นจนเหนื่อยกะจะชวนกาอาระไปหาอะไรดื่มซักหน่อยก็หันไปหาน้องชาย แต่แล้วก็พบว่า...กาอาระได้หายไปแล้ว

"เฮ้ กาอาระหายไปไหนน่ะ" คันคุโร่สอดส่ายสายตามองไปรอบๆห้อง...มองหาหัวแดงๆ...มองไปๆ...มองไปๆ......

เจอแล้ว อยู่นั่นไง...

ทางด้านพี่น้องอุจิวะ...อิทาจิที่เลียซอสช็อคโกแลตออกจากมือของซาสึเกะซะจนสะอาดแล้วก็เริ่มรู้สึกเบื่อ หมํ่าแต่ของหวานมันไม่ค่อยอิ่มเลยแฮะ //สงสัยได้เวลากินมื้อใหญ่ซะที// เขาคว้าเอาข้อมือน้องชายแล้วฉวยดึงร่างนั้นให้เข้ามาใกล้ๆ "ไอ้พี่บ้า ปล่อยนะ!" เด็กหนุ่มพยายามปฏิเสธ แต่มือที่จับเขาไว้นั้นแข็งแรงราวกับพันธนาการเหล็กที่ยากจะเล็ดลอด "อ๊ะ..." และเมื่อชายหนุ่มสอดมือเข้าไปใต้เสื้อ นิ้วเรียวยาวซอกไซ้สัมผัสไปตามผิวเนื้อและหยอกล้อเล่นกับยอดอกสีชมพู เด็กหนุ่มก็มิอาจกลั้นเสียงครางไว้ได้ "อา..." แต่ละสัมผัสรุกเร้ายากจะปฏิเสธ หากแต่ทุกท่วงทำนองนั้นล้นปรี่ไปด้วยบาป //ผมไม่อยากตกนรก พระเจ้าช่วยด้วย!//

"นี่สินะ สิ่งที่เรียกว่าความรัก" เสียงที่ฟังดูไร้เดียงสาราวกับผ้าขาวบริสุทธิ์ถามขึ้น

"มะ ไม่ใช่! นี่มันเรียกว่าข่มขืน!" ซาสึเกะรีบโวย "ข่มขินชัดๆ!" พยายามหนีให้พ้นจากเงื้อมมือปีศาจที่กำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าอาภรณ์ของเขาทีละชิ้น "อ๊า..." สมองตื้อไปหมด ทำยังไงถึงจะทำให้พี่ไอได้ล่ะเนี่ย

"ข่มขืนเหรอ การข่มขืนไม่ใช่ความรักเหรอ" เสียงนั้นยังคงถามต่อ "งั้นทำไมนายต้องข่มขืนเขาด้วยล่ะ" เจ้าของเสียงหันไปถามอิทาจิ "มีคนเคยบอกชั้นว่า ถ้าเราจูบใคร ก็หมายความว่าเรารักเค้า แล้ว...พวกนายจูบกันรึเปล่า"

ถ้าไม่ใช่เพราะอิทาจิล็อคข้อมือของเขาเอาไว้ ตอนนั้นซาสึเกะคงเอามืออุดหูไปแล้ว ก็ใครล่ะจะอยากฟังไอ้เรื่องที่มันแสนจะตอกยํ้าบาปที่เขาได้กระทำลงไป //พระเจ้า ยกโทษให้ลูกด้วย// แล้วเด็กหนุ่มรูปงามที่ใกล้จะบ้าเต็มทีก็เริ่มที่จะสวดมนต์ส่งวิญญาณตัวเอง

"ความรักคือการต่อสู้!!! มันคือสงคราม!!!" คิซาเมะกู่ตะโกนด้วยลมทั้งหมดที่มีอยู่ในปอด "ไปตายซะ! ไอ้ตุ๊ด! ตายๆๆๆๆๆ! อิทาจิเป็นของชั้น!"

"เลิกเรียกชั้นว่าตุ๊ดซะที ไอ้ปลาสมองเน่า! ถ้าพูดคำว่าตุ๊ดอีกที แกได้กลายเป็นซาชิมิแน่!" โอโรจิมารุที่ยังไม่ยอมลงจากโต๊ะตะโกนกลับไป แต่ถึงแม้จะใช้โทรโข่งช่วยแต่พาวเวอร์เสียงก็มิอาจสู้คิซาเมะได้ "ออกมาได้แล้ว คาบูโตะ! ทำงานซะที!"

แอ๊ด.......เสียงประตูไม้เก่าครํ่าคร่าค่อยเปิดอ้าออกอย่างช้าๆราวกับหนังสยองขวัญสั่นประสาทแบบเก่าๆที่คอหนังเห็นจนเบื่อเต็มที แต่ถึงกระนั้นมันก็ทำให้ทุกเส้นขนของร็อค ลีตั้งชั้นจนนับเส้นได้ ฉากนั่น...มันทำให้เขานึกถึงหนังผีสุดเขย่าขวัญบันลือโลกที่เขาจำได้ว่าเนจิเพิ่งแกล้งเปิดให้ดูเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว และแล้วหนุ่มคิ้วเหลี่ยมแห่งขบวนการเต่านินจาก็ยืนขาสั่นด้วยความหวาดผวา นี่...คือความกลัวที่เขายังมิอาจเอาชนะได้ ใช่แล้วครับ ใครจะรู้ว่าคนอย่างลีคุงจะกลัวผีมากซะจนไม่เป็นอันทำอะไร นั่นแหละครับเหตุผลที่แท้จริงที่ทำไมลีคุงเค้าต้องไปกระโดดเกาะกัปตันคิซาเมะแบบติดใจไม่ยอมปล่อยตอนพวกสาวๆโผล่มา

หนุ่มมาดเข้มยืนขาสั่นฟันกระทบ เส้นผมเส้นขนทุกเส้นลุกชูชัน และเมื่อประตูเปิดกว้างขึ้น ควันฝุ่นเก่าลอยคละคลุ้งออกมาจากความมืด เขาก็วิ่งไปมาเป็นวงกลม มือทั้งสองดึงทึ้งเส้นผมที่ชี้อยู่แล้วบนศรีษะกระชากออกจนหัวเกือบล้าน พลางกรีดร้องไปด้วย "ผี!!!!!!!! ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!" เสียงกรีดร้องของลีดังมาก ดังมากๆ ดังเสียยิ่งกว่าเสียงตะโกนของคิซาเมะ (คิซาเมะกลุ้ม - -'''')

"หยุดแหกปากซะที ชั้นเลยไม่ได้ยินหนังเลย!" คันคุโร่โมโหรำคาญก็เอาการาสุทุบหัวลีอย่างแรงจนสลบไป เมื่อเสียงเงียบหนุ่มนักชักตุ๊กตาก็เดินกลับไปนั่งดูหนังการ์ตูน Beauty and the Beast ที่เอามาด้วย (เหมาะใช้เรียกอิทจังกับเจ้าปลาหื่นมาก แต่ขออย่างเดียวอย่าให้จบเหมือนในนั้นเล้ย สาธุ!)

"อ่า...ขอบใจหลายๆ" คิซาเมะเพิ่งจะคิดได้ว่าการเอาลีมาเป็นพันธมิตรมันไม่ใช่เรื่องดีไปหมดซะทีเดียว คันคุโร่พยักหน้าให้ทีหนึ่งก่อนจะกลับไปสนใจดูหนังต่อ

คาบูโตะใช้ผ้าขี้ริ้วเช็ดแว่นเก่าฝุ่นเขรอะของเขา ท่าทางหนุ่มผมขาวดูอิดโรยชอบกล เขาหาวหวอดๆแล้วเอามือปัดผมยุ่งๆออกจากลูกกะตาก่อนจะหันไปสบตาจั๋งๆกับเจ้านายสุดเฉิดฉายอย่างโอโรจิมารุ โอโรจิมารุพยักหน้าให้เป็นเชิงรู้กัน คาบูโตะก็พยักหน้ารับ "ครับท่าน" ว่าแล้วหนุ่มผมขาวผู้ทำหน้าที่ภารโรงก็หยิบไม้ม็อบคู่ใจกับถังนํ้าออกมาแลัวเริ่มทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถูโบส์ให้โบสถ์เลอะซอสช็อคโกแลตสะอาดอีกครั้ง

"ม่ายช่ายว้อย! เจ้างั่ง! ชั้นไม่ได้เรียกเธอมาทำความสะอาดโบสถ์!" อสรพิษวัยดึกต่อว่า ในใจโอโรจิมารุหน้าแดงแจ๋ด้วยความอับอาย "ชั้นจะให้เธอจัดการ-"

ก่อนที่สงครามจะเปิดฉากขึ้นอีกครั้ง เสียงประสานที่ดังมาจากมุมห้องก็ดึงดูดความสนใจของทุกคนไว้อยู่หมัด

"บอกมานะ!" อิทาจิกับกาอาระถามพร้อมๆกัน ซาสึเกะกลืนนํ้าลายเอี๊อก พยายามถอยหนีให้ห่างออกไปอีก ถอยไปจนกระทั่งหลังติดเบาะ เอ๊ย ติดกำแพง อิทาจิดูน่ากลัวยิ่งกว่าวันที่เขาสังหารคนทั้งตระกูลซะอีก ส่วนกาอาระก็กำลังเอียงคอมองดูเขาด้วยความฉงนราวกับเด็กน้อยน่ารัก...น่ารักเกินไปจนดูน่ากลัว "จูบแรกของนายน่ะใครกันแน่"

ซาสึเกะตัวแข็งทื่อเมื่อนึกถึงมันและพยายามถอยอีก แต่อนิจจา มันหาได้มีช่องว่างใดๆหลงเหลืออยู่ระหว่างแผ่นหลังของเขากับกำแพงสีขาวที่มีสติ๊กเกอร์รูปหัวใจสีชมพูไม่ เขาหมดทางหนีแล้ว ซาสึเกะกลืนนํ้าลายอีกหนึ่งเอี๊อกก่อนจะตัดสินใจตอบไปด้วยเสียงแผ่วเบาว่า

"...นารุโตะ"

เพล้ง!!!

หน้าต่างบานที่ใกล้ที่สุดแตกกระจาย เศษผงแก้วปลิวว่อนร่วงลงสู่พื้นราวกับเม็ดทรายละเอียด ซาสึเกะได้แต่มองอย่างหวาดผวา รู้สึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมาถนัด เมื่อใบหน้าของพี่ชายดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม อิทาจิไม่พูดพรํ่าทำเพลงอะไรก็โดดออกทางหน้าต่าง วันนี้ ต้องมีคนตายแน่ๆคนนึง

"อุซึมากิ นารุโตะ..." โอโรจิมารุที่ฟังบทสนทนาเมื่อครู่แสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย ไม่ช้าเจ้างูหื่นก็กระโดดออกทางหน้าต่างตามอิทาจิไป

ลีที่ฟื้นขึ้นมาได้ยินพอดีก็เกิดอาการอยากเตะคนขึ้นมาถนัด เขารีบหันไปหาคิซาเมะ พลางยื่นมืออก "กัปตันครับ ผมจะไปรบ กัปตันจะไปกับผมมั๊ยครับ" คิซาเมะครุ่นคิด...//ถ้าลีได้กับไอ้เด็กเวรนั่น อิทาจิก็ต้องเป็นของชั้นไปโดยปริยาย//...คิดได้ดังนั้นแล้ว มนุษย์ฉลามก็ยิงฟันยิ้ม พลางยื่นมือไปจับกับลี "แน่นอน ลี ศัตรูของเธอก็คือศัตรูของชั้นด้วย!"

"เพื่อความรักแล้ว เราจะสู้!" สองคู่หูประกาศก้อง ชูมือที่กุมกันไว้ขึ้นสูงชี้ฟ้า จากนั้นทั้งสองก็รีบตามโอโรจิมารุไป

"ความรักเหรอ พวกนั้นสู้เพื่อความรัก...แล้วความรักมันเป็นยังไงกันแน่" //ชั้นอยากรู้จักความรักให้มากกว่านี้// ว่าแล้ว กาอาระแห่งทะเลทรายก็รีบตามคิซาเมะกับลีไป

"เดี๋ยว กาอาระ!" เทมาริห้ามไว้ไม่ทัน ดังนั้นแล้วเธอก็รีบลากเอาคันคุโร่ที่ยังดูหนังการ์ตูนเด็กน่าเบื่อนั่น (ในความคิดของเธอ) เป็นครั้งที่ร้อยของสัปดาห์แล้วไม่เลิก แล้วรีบตามกาอาระไป

"............." ชิโนะที่ยังไม่ยอมจบเรื่องกับเทมาริง่ายๆเห็นดังนั้นก็ไม่รอช้า กระโจนออกทางหน้าต่างตามเทมาริกับคันคุโร่ไป

และแล้ว...ทุกอย่างก็กลับสู่ความเงียบอีกครั้ง

ซาสึเกะถอนหายใจด้วยความโล่งอก พลางขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่ //เฮ่อ รอดซะที ตู//

จึ๋งๆ

คาบูโตะเอานิ้วจิ้มเอวเด็กหนุ่มเป็นการสะกิดเรียก เด็กหนุ่มผมดำหันไปมองเป็นเชิงถาม

"ช่วยชั้นทำความสะอาดที่นี่หน่อยสิ" คาบูโตะพูดเสียงง่วง ยื่นไม้ถูพื้นกับผ้ากันเปื้อนสำรองให้ซาสึเกะ

".............." จะด้วยความเป็นห่วงนารุโตะหรือเพราะไม่อยากทำความสะอาดโบสถ์ก็มิอาจรู้ได้ แต่วินาทีต่อมาเด็กหนุ่มตระกูลอุจิวะก็ทิ้งไม้ม็อบกับผ้ากันเปื้อนให้ร่วงหล่นลงสู่ภาคพื้นปฐพี ไม้ม็อบแตกกระจายเป็นซี่ๆก่อนจะถูกคลุมหน้าด้วยผ้ากันเปื้อนสีชมพูสุดคิกขุลาย hello kitty เตรียมส่งขึ้นเมฬุ

วินาทีต่อมา ซาสึเกะก็โดดออกทางหน้าต่างตามชิโนะไป ทิ้งให้คาบูโตะอยู่เดียวดายในโบสถ์กว้าง

คาบูโตะ ในฐานะที่เป็นคนสุดท้ายและคนเดียวที่อยู่ในโบสถ์ก็หาวอีกหวอด //งีบอีกซักรอบค่อยทำความสะอาดดีกว่า// ...ฉับพลันคำถามคำถามหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในใจคาบูโตะ //ทำไมท่านโอโรจิมารุถึงอยากเล่นเป็นบาทหลวงล่ะเนี่ย//

แต่ความคิดของเจ้านายมิใช่สิ่งที่พวกลิ่วล้อควรจะรู้ สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ก็คือ ถ้าเขาจะงีบเขาก็ควรจะรีบซะ เพราะถ้าทำงานไม่เสร็จก่อนท่านโอโรจิมารุกลับมาละก็...คาบูโตะตัวสั่นเมื่อนึกถึง เทียน แส้ และคอลเล็กชันอื่นๆของเจ้าแห่งเกย์คิง...

//รีบๆไปงีบดีกว่า//

............................................................................................................

"มะ มะ มะ มะ มันจะดีหระ หระ หระ เหรอ นะ นะ นะ นะ นารุโตะคุง"

"พูดอะไรของเธอน่ะ ฮินาตะ อย่าบอกนะว่าเธอไม่เคย" นารุโตะทำตาตี่เอียงคอมองเด็กสาวงงๆ "แปลกแฮะ" //ชั้นคิดว่าพวกผู้หญิงเนี่ยชอบแต่งตัวกันซะอีก แปลกแฮะ ถึงชั้นจะไม่ค่อยรู้เรื่องแฟชั่นของพวกผู้หญิงก็เถอะ แต่ตาเซียนจ๊กม๊กบอกว่าแบบนี้โอเชนี่นา ว้า เว้ย ผู้หญิงนี่เข้าใจยากจริงๆ// นารุโตะเกาหัว

"ขะ ขะ ขอโทษนะ นะ นารุโตะคุง ตะ แต่ ชะ ชั้นไม่เคย" เด็กสาวตระกูลฮิวงะหน้าแดง เธอขยับเล็กน้อยด้วยความประหม่าในชุดใหม่ของเธอ สำหรับฮินาตะการมาช้อปปิ้งกับเทวดาสีทองของเธอเป็นของขวัญอันสูงสุดที่พระเจ้าประทานมาให้ แต่อย่างไรก็ดี เธอคิดว่าชุดที่นารุโตะคุงเลือกมานั้นน่ะ...มันดูหวือหวาเกินไปสำหรับเธอ

เด็กหนุ่มผมทองเกาหัวแกรกๆ "นี่ ฮินาตะ มันไม่มีอะไรผิดหรอกถ้าเธอจะพูดว่าเธอชอบหรือไม่ชอบอะไรน่ะ รู้ป่ะ ถ้ามีคนบอกว่าไอ้นี่ดี แต่เธอคิดว่ามันไม่ดี เธอก็พูดไปตรงๆเลยสิ ไม่ต้องไปเอาตามเค้าหรอก ดูอย่างชั้นสิ ชั้นน่ะ ชอบกินมิโสะราเม็ง แต่ครูอิรุกะชอบอีกรสนึง แต่ครูก็ยังเลี้ยงมิโสะราเม็งชั้นเหมือนเดิม เพราะงั้น...แค่เป็นตัวเราเองน่ะดีที่สุดแล้ว เข้าใจมะ"

"ขะ ขะ ขะ ขอบคุณนะ นะ นะ นะ นารุโตะคุง" ฮินาตะยิ้มอายๆ

"แล้ว..." นารุโตะเกาแก้ม โยนกระเป๋าตังค์อ้วนรูปไปมา "ตัวนี้เป็นไง"

"ชะ ชะ ชั้นคิดว่ามะ มันก็ดีนะ ถ้า นะ นะ นารุโตะคุงคิดว่ามันดี" เธอตอบเสียงเบา

นารุโตะถอนหายใจ พลางส่ายหัว //จริงๆเล้ย// เขาเกาหัวอีกทีหนึ่ง (นารุจังเป็นเห็บรึเปล่าหว่า เกาบ่อยจัง) ก่อนจะเดินไปจ่ายเงิน แล้วเดินออกจากร้าน พลางกวักมือให้ฮินาตะตามเขามา

ฮินาตะที่ยังเขินๆกับชุดใหม่ที่ดูเซ็กซี่เกินไปก็ตามเขาไปอย่างเชื่องช้าราวกับหอยทาก ดังนั้นพอเธอออกมาจากร้าน นารุโตะก็หายไปแล้ว

"เฮ้ ฮินาตะ เธอคิดว่า-" นารุโตะหันไปมอง แล้วก็ต้องแปลกใจ เมื่อเห็นว่าฮินาตะไม่อยู่แล้ว "เฮ้!"

พุ่มไม้ที่อยู่ด้านหลังนารุโตะเพื่อมไหว "ฮินาตะ?" นารุโตะเรียก หันหลังกลับไปมอง

ไม่มีใคร

ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลังของหนุ่มน้อยเมื่อเขาค่อยๆสืบเท้าเข้าใกล้พุ่มไม้นั่นอย่างช้าๆ หนึ่งก้าว...สองก้าว...

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

ยิ่งใกล้หัวใจยิ่งสั่น หัวใจมันเต้นระรัว

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

ทันใดนั้นเอง!

ฟ้าว! ฟ้าว! ฟ้าว!

"แว้ก!" นารุโตะรีบโดดหลบ เมื่อคอมโบดาวกระจายและมีดสั้นพุ่งออกจากพุ่มไม้ที่ว่าตรงมาที่เขามุ่งหมายเอาชีวิต "อะไรเนี่ย!" นัยนต์ตาสีท้องฟ้าเบิกกว้างเมื่อได้ยินเสียงโลหะตัดผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว แสงสะท้อนสีเงินวาววับสะท้อนเข้าตาของเขา นารุโตะรีบก้มหลบได้แบบเฉียดฉิว ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าแล้วหมุนตัว 360 องศากลับไปมองผู้เข้าจู่โจม ดาบเล่มยาวฝังคมเข้าไปลึกในลำต้นไม้ และแล้วนัยน์ตาของนารุโตะก็ยิ่งเบิกกว้างขึ้นเมื่อสบกับบุรุษที่เห็น "นาย!"

เนตรวงแหวนสีแดงราวับโลหิตจ้องมองมาที่เด็กชายอย่างหมายมาดจะเอาชีวิต เมื่อเจ้าคู่นัยน์ตาสีแดงคู่นั้นค่อยๆดึงดาบยาวออกจากลำต้นไม้ แล้วหันปลายดาบเข้าหาเด็กหนุ่มผมทองผู้โชคร้าย นารุโตะมอง ตัวเกร็งไปหมด รู้หรอกว่าไม่มีทางชนะ แต่ถึงเวลาสู้ ก็ต้องสู้ฟะ

สายลมส่งเสียงหวีดหวิวกวาดพาเอาใบไม้แห้งสีแดง นํ้าตาล และทองไปจากพื้นดิน ระเริงเล่นกับเส้นผมยาวสีรัตติกาลที่ลู่สะบัดเล่นไปเป็นทิว เหมือนกับถึงคิวเล่น อิทาจิเอามือเสยผมที่ปลิวมาปรกตา ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงสุดแสนจะ monotone ว่า "นายขโมยจูบแรกของกิ๊กชั้น"

"หะ หา!? พูดอะไรของนาย ชั้นยังไม่รู้เลยว่ากิ๊กนายน่ะมันใคร!"

"...โกหก" อิทาจิพูดเรียบๆ ก่อนจะเงื้อดาบคมพุ่งเข้าหาผู้ต้องหา (หรือที่ถูกคือผู้ถูกกล่าวหา) อย่างนารุโตะ โอ้ นารุโตะคุงที่น่าสงสาร ถูกตัดสินโทษโดยไม่มีทนาย

แค่กๆ แค่กๆ

เอี๊ยด! อิทาจิเบรคตัวหยุดครึ่งทางกลางคัน หัวเกือบทิ่มคะมำหมดท่า เพราะความเร็วที่มากเกินไปจนเหนือมนุษย์ ถึงจะได้บทเป็นตัวร้าย แต่หนุ่มหล่ออย่างอุจิวะ อิทาจิก็ต้องรักษาอิมเมจของตัวเองเหมือนกัน และสิ่งที่เขาได้พูดและทำลงไป มันได้ทำลายอิมเมจที่ว่าของเขาซะยํ่าแย่พอแล้ว

"....................................."

คิดดังนั้น อาชญากรหนุ่มก็เก็บดาบแล้วหันหลังกลับ พร้อมจะจากไป แต่...

"เดี๋ยว!" นารุโตะเรียกเขาไว้ "บอกมาก่อน ใครเป็นกิ๊กนาย"

"ชั้นควรจะกำจัดเธอทิ้งเสียตั้งแต่ครั้งแรกที่พวกเราเจอกันนะ นารุโตะคุง" โอโรจิมารุเอ่ยทักทาย เมื่อเขาปรากฏตัวต่อหน้านารุโตะ "แต่ชั้นโอโรจิมารุ หนึ่งในสามนินจาในตำนาน เจ้าแห่งเกย์คิง ผู้มีอายแชโดว์ที่งดงามเฉิดฉายที่สุด และเจ้าของโดยชอบธรรมของพี่น้องอุจิวะ ฯลฯ ต้องขอให้จบชีวิตเธอซะตอนนี้แล้วล่ะนารุโตะคุง หึหึหึ ทั้งอิทาจิคุง ทั้งซาสึเกะคุงต้องเป็นของชั้น ฮ่าๆๆๆๆๆๆ"

ขณะที่โอโรจิ้กำลังเสียเวลากับการหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ขบวนการนินจาเต่าอันเลื่องชื่อ คิซาเมะและลีก็โผล่มา พร้อมๆกับเสียงตะโกนคำรามเดิมๆของคิซาเมะ "อิทาจิเป็นของชั้น!" ดูเหมือนว่าระยะหลังความหื่นได้แปรสภาพเป็นพิษร้าย กัดกร่อนจิตใจส่งผลให้เจ้ามนุษย์ฉลามสูญเสียความสามารถที่จะพูดสื่งใดอื่นนอกจาก 'อิทาจิเป็นของชั้น!' กับ 'ตาย!' จะปกติก็เพียงเมื่อพูดกับคู่หูผู้รู้ใจอย่างลีเท่านั้น

"ตายซะ! ไอ้ตุ๊ด! ตาย! อิทาจิเป็นของชั้น!" เอ่อ โทดครับพี่ ผมผิดเอง จริงๆคิซาเมะยังพูดคำว่า 'ตุ๊ด' ได้ด้วยครับ

และแล้วสงครามงี่เง่าที่ว่าด้วยการแข่งกันตะโกนกรอกหูระหว่างเจ้าแห่งเกย์คิงกับกัปตันคิซาเมะก็ได้ระเบิดขึ้นอีกครั้ง ขณะที่เป้าหมายที่แท้จริงจองพวกเขา อุซึมากิ นารุโตะมองพวกเขางงๆ กระพริบตาปริบๆ //มานอารายกานหว่า// ตอนนั้นเองที่ลีได้โอกาส เขากระโดดลอยสูงขึ้น สยายแขนสองข้างขึ้นเหนือศรีษะแบบ slow motion ก่อนจะ matrix kick นารุโตะเข้าจั๋งๅเต็มๆหน้า แบบเดียวกับที่ไกไดนามิกเอนทรี่จิไรยะไม่มีผิดเพี้ยน

"นารุโตะคุง" ลีพูด คิ้วหนาๆลอยสะบัดพัดลู่ไปตามสายลมแบบเดียวกับที่ลมเล่นกับผมของอิทาจิราวกับนัดคิวกันมาเล่น "เราอาจจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่ว่า! การที่คุณขโมยจูบแรกของซาสึเกะคุงไปแบบนี้ เป็นสิ่งที่อภัยไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด" เมื่อได้ยินชื่อซาสึเกะ นารุโตะที่ล้มคะมำลงกับพื้นก็เงยหน้าขึ้นมาชี้หน้าอิทาจิแบบเอาเรื่อง ใบหน้าน่ารักน่าเอ็นดูของเด็กหนุ่มฉายแววช็อคระคนรังเกียจ "นั่นมันผิดกฎหมายนะ!"

"ถึงผมจะไม่อยากทำร้ายเพื่อน แต่ผมต้องต่อสู้เพื่อความรัก" ลีว่าต่อไป "ผมรู้ว่าคุณคงจะโกรธ แต่ผมต้องทำ ขอโทษนะ นารุโตะคุง! อะต๊~~~~~~าาาาาาาาา!" ลีเตรียมกระทืบนารุโตะซั้า แต่...

ปึ้ก!

"ลี!" เสียงโคตรแมนสุดสะแนนพอๆกับคิ้วดังขึ้น และที่เบื้องหน้านารุโตะก็ปรากฎร่างของชายที่ได้ชื่อว่าสัตว์ร้ายผู้งดงามแห่งโคโนะฮะ ไมโตะ ไก "ลี ศิษย์เอ๋ย เธอโตขึ้นมากนะ ชั้นน่ะเฝ้ามองเธอ ชั้นรู้ว่าเธอลำบากแคไหนในการต่อสู้เพื่อรักแท้ ความรัก ใช่! นี่สินะ วัยโจ๋!" ไกยิ้มโชว์ฟัน นํ้าตาแห่งความปลาบปลื้มไหลรินจากสองเบ้า

"ครูไก!" ดวงตากลมๆของลีเริ่มมีนํ้าใสๆเอ่อล้น

"ลี!"

"ครูไก!"

และทั้งสอง ครูและศิษย์ก็สวมกอดกันกลมดิ๊ก เรียกเสียงยี้แบบสุดทนจากนารุโตะได้เป็นอย่างดี

"แต่ว่ามีอยู่อย่างที่ชั้นต้องบอกเธอ" ไกว่า เอามือลูบหัวทรงบ๊อบสุดสวิงที่เหมือนกับของเขาเดี๊ยะของลูกศิษย์อย่างรักใคร่ "การสู้เพื่อความรักน่ะถูก แต่กระทำร้ายเพื่อนน่ะมันผิดนะ ลี เธอจำที่ชั้นเคยสอนได้รึเปล่า"

ลีปาดนํ้าตา เงยหน้าขึ้นสบตาอาจารย์สุดที่รัก "ครับ ครูไก ครูบอกว่าความรักต้องมาจากส่วนลึกของจิตใจ จะไปบังคับใครมันไม่ได้"

"ใช่แล้ว ลี ดังนั้น...ถ้านารุโตะคุงกับซาสึเกะคุงเค้ารักกันเธอก็ไม่ควรจะไปขวางนะ"

"ตะ แต่ผมรักซาสึเกะคุงนี่ครับ!"

"ชั้นรู้ๆ ชั้นหมายถึง เธอไม่ควรจะใช้กำลังกับนารุโตะคุงเค้าแบบนี้ เพราะสิ่งที่เธอต้องทำก็แค่เอาชนะใจซาสึเกะคุงให้ได้ด้วยสเน่ห์ลูกผู้ชายของเธอ จำไว้ลี ความรักน่ะ มันต้องมาจากส่วนลึกของจิตใจ!"

"ครับ" เสียงสองเสียงพูดขึ้นพร้อมกัน

ไกกับลีมองหน้ากันครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเจ้าของเสียงปริศนา

และแล้วนัยน์ตาของทั้งคู่ก็ต้องเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นกาอาระแห่งทะเลทรายนั่งคุกเข่าเจี๋ยมเจี้ยมอยู่หน้าครูไก "ครูไกครับ ได้โปรดรับผมเป็นศิษย์ด้วยเถอะครับ" กาอาระพูดเสียงสุภาพ "ได้โปรดสอนผมเกี่ยวกับเรื่องความรักด้วยเถอะครับ ผมอยากจะรู้ว่าความรักมันเป็นยังไงกันแน่"

"โอ้ เธอก็กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ผลิแห่งชีวิตด้วยสินะ" ไกยิ้มโชว์ฟันสะท้อนแสง "ได้สิ ชั้นจะสอนเธอ แต่ก่อนอื่น..."

กาอาระเห็นไกหยิบอะไรออกมาจากกระเป๋าสุดเก๋ที่เหน็บไว้ข้างหลัง "เธอต้องสวมไอ้นี่ซะก่อน"

ใช่แล้วครับ มันคือชุด spandex สุดรัดติ้วสีเขียวอื๋อที่ไกกับลีใส่อยู่ตลอดเวลา

เด็กหนุ่มผมแดงนิ่งอึ้ง จ้องเจ้าชุดสีเขียวพิลึกพิลั่นนั่นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง "ก็ได้"

เสียงเทมาริสะท้อนแว่วมาจากที่ไกลออกไป เสียงนั้นโหยหวนทรมานฟังแล้วราวกับจะสิ้นลมเพราะความหวาดผวา "ไม่นะ!! กาอาระ! อย่~าาาาาาาาาาาาาาา!!!!!"

The Shark and The Weasel ตอนที่ 6

เทมาริกรีดร้องสุดเสียงด้วยความหวาดผวาเมื่อเห็นน้องชายน่าใครน่าใคร่ของเธอยื่นมือไปรับชุดรัดติ้วสีเขียวสุด ugly มา ไอ้ชุดไร้สไตล์นั่น...แค่เห็นก็ทำให้คลื่นเหียนอาเจียนจะทะลักอยู่แล้ว แต่ที่แย่ที่สุด...มันดันเป็น..."เขียว!" เทมาริกรีดร้องลั่น กล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกายเธอแข็งเกร็ง "เขียว! เขียว! เขียว! เขียวอื๋อน่าเกลียดอัปลักษณ์! มันเป็นสีเขียว! กาอาระได้ยินที่พี่พูดไหม!"

แม้ว่าเธอจะตะโกนเสียงดังซักเพียงไร แต่ดูเหมือนกาอาระจะไม่ได้ยินเสียงเธอเลยแม้แต่น้อย เทมาริเดือดปุดๆ เธอขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกัดริมฝีปากร่างของตัวเองอย่างไม่พอใจเป็นที่สุด และด้วยพลังที่พอๆกับนักมวยปลํ้าอาชีพ เจ้าหล่อนก็เหวี่ยงคันคุโร่ผู้น่าสงสารที่ได้แต่บ่นว่าพี่สาวของตัวเองเป็นนางมารซาดิสม์ //แง เค้าอยากดูการ์ตูนต่ออ่ะ// ขว้างใส่บุรุษคิ้วหนาเตอะที่กำลังยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อธิบายให้ลูกศิษย์คนใหม่เข้าใจวิธีใส่ชุดที่ถูกต้อง

"เทมาริ~~~~~~ยายซาดิสม์~~~~~~!!!!!!" คันคุโร่ที่กำลังพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงกรีดร้อง เขาลอยฉิวผ่านหน้ากาอาระที่กำลังงง ผ่านหน้าลีที่ตาแทบจะถลนออกจากเบ้า ผ่านนารุโตะที่กำลังอ้าปากค้าง และกระแทกเข้ากับครูไกตัวเป้าหมายอย่างแรง เด็กชายสามคนที่ยืนอยู่ที่นั่นได้แต่กระพริบตาปริบๆ มองร่างมนุษย์สองร่างที่ล้มลงสู่พื้นปฐพีแบบสรรหาอะไรมาพูดไม่ออก

ความเงียบเข้าครอบคลุม ณ ที่นั้นชั่วขณะ เงียบ...เนื่องจากคิซาเมะกับโอโรจิมารุแหกปากตะโกนกันจนเหนื่อยเสียงแทบแหบจนต้องพักรบกันชั่วคราว ปลาหื่นและงูหื่นทิ้งตัวลงนั่งกับพื้น เช่นเดียวกับเด็กหนุ่มอีกสามคน ดวงตาของทั้งคู่จับจ้องไปที่ร่างสองร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น...ไม่มีใครรู้ได้ว่าทั้งสองยังมีชีวิตอยู่หรือว่าไปร่วมวงก๊งกับพวกผู้หญิงแฟนคลับแล้ว

ทุกอย่างกลับสู่ความสงบเรียบร้อย...จนกระทั่ง...

แค่กๆ แค่กๆ

ถ้าตอนนั้นซาสึเกะอยู่ที่นั่นด้วย เราคงจะได้เห็นความหวาดผวาบนใบหน้างามนั่นเพียงเพราะเสียงไอที่แสนจะธรรมดา และบางที...บางที เด็กหนุ่มผู้โชคร้ายอาจจะใจดีช่วยเตือนนารุโตะคุงที่โชคร้ายกว่า (รึเปล่าหว่า) ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิตน้อยๆของเขา แต่ อนิจจา...ซาสึเกะมิได้อยู่ที่นั่น ในตอนนั้น ดังนั้นนารุโตะที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่จึงมิอาจล่วงรู้ถึงอันตรายที่กำลังคุกคามเข้ามา เด็กหนุ่มผมทองยืนนิ่งอยู่ที่นั่น จ้องมองร่างของคันคุโร่และไกโดยไม่ขยับไปไหน

แต่พระเจ้าช่วย ยังมีความโชคดีในความโชคร้ายนั้นอยู่

เวลาเดียวกับที่อิทาจิตัดสินใจเข้าจู่โจม เทมาริก็พุ่งเข้าจู่โจมด้วยเช่นกัน นินจาสาวจากซึนะวิ่งเข้าไปด้วยความเร็วราวกับฟ้าแลบ เตรียมจะคว้าชุดสุดอุบาทว์สีเขียว (ในความคิดของเธอ) ไปจากมือของกาอาระและฉักมันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่ทว่า...

โดยไม่เกี่ยวกับจิตสำนึกของเจ้าตัว ทรายของกาอาระก็เข้ามาป้องกันเด็กหนุ่มผมแดงไว้จากการจู่โจมอย่างกระทันหัน ลีตกใจกระกระโดดถอยไปข้างหลังไปชนนารุโตะเข้าแบบโดมิโนเอฟเฟ็ค นารุโตะจึงกระเด็นออกจากรัศมีคมดาบกระหายเลือดของอิทาจิได้

"เฮ้ นารุโตะ ชั้นมีอะไรจะบอกนา-" ซาสึเกะที่ใจดีผิดปกติที่เพิ่งโผล่มาคิดจะเตือนนารุโตะแต่ก็ต้องหยุดกลางคัน "ไม่น้าาาาาาาา!" เมื่อเขาเห็นพี่ชายหันลำเปลี่ยนทิศทางกลับหัวเรือมาทางเขาอย่างใจเย็น หากแต่รอยยิ้มบางๆบนริมฝีปากงามนั่นกลับมิได้ทำให้เขาเย็นใจเลยแม้แต่น้อย เด็กหนุ่มผมดำไม่รอช้าหันหลังกลับแล้วเตรียมออกวิ่งทันที แต่อิทาจิไวกว่า เพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่ขาของเขาจะก้าวออกไปนั้น อาชญากรหนุ่มก็กระโดดเข้าใส่เด็กหนุ่มจากทางข้างหลัง ตุ้บ! ชั่วพริบตา ซาสึเกะก็ร่วงลงไปจูบพื้นโดยมีคนที่ได้ชื่อว่าเขาเกลียดที่สุดในโลกคร่อมอยู่ด้านบนแบบไม่กลัวฟ้ากลัวฝน สองมือแข็งแกร่งล็อคแขนเขาไว้แน่น ล่อฟ้าให้คนอื่นเห็นกันจะๆ

"นั่นมันผิดกฎหมายนะ!" นารุโตะกล่าวหา ชี้นิ้วมาที่อุจิวะทั้งสอง

"ใช่ซะที่ไหนเล่า เจ้างั่ง! ผิดศีลธรรมต่างหาก!" ซาสึเกะเถียงตอบ

"แต่มันก็ผิดกฎหมายเหมือนกันอ่ะ" นารุโตะกอดอก เถียงอย่างมั่นใจ

"จะอะไรก็ช่าง ตอนนี้มาช่วยชั้นก่อน!" ซาสึเกะรีบว่า เมื่อมือของพี่ชายเริ่มอยู่ไม่สุข

นารุโตะหยุดคิดแป๊บนึงก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ราวกับสุนัขจิ้งจอก "ไม่อ่ะ"

"นารุโตะ ถ้านายไม่ช่วยชั้น ถ้าชั้นรอดไปได้ รับรองชั้นเอานายตายแน่" ซาสึเกะขู่ หรี่ตาลงอย่างเอาเรื่อง

"ช่าย ถ้านายรอดไปได้นะ" นารุโตะยิ้มกว้าง ทำเสียงกวนประสาท

"เอางี้ ชั้นจะเลี้ยงราเม็งนายฟรีๆ 3 อาทิตย์เลยเอ้า" ขู่ไม่ได้ผล เปลี่ยนมาใช้วิธีติดสินบนแทน "อะ...อ๊า..." แถมด้วยเสียงครางเล็กๆเมื่อมือที่ซุกซนของพี่ชายสัมผัสถูกส่วนที่ไวต่อการเร่งเร้า

"จริงนะ" นารุโตะยิ้มกว้างขึ้นจนแทบจะเห็นฟันครบทุกซี่ในปาก (มีฟันผุด้วย 2-3 ซี่)

"สัญญาเลย...อ๊า...ยะ หยุดที" เสียง confirm

ด้วยความดีใจเป็นที่สุด นารุโตะก็ลิงโลดวิ่งกระโดดไปหาเพื่อนร่วมทีมที่กำลังจะเสียเวอร์จิ้น ในสมองของเขาเต็มไปด้วยเรื่องราเม็งฟรี 3 อาทิตย์ แต่ อนิจจา...เทพธิดาแห่งโชคไม่เข้าข้าง กลับหันหลังให้เขาอีกหน

แค่กๆ แค่กๆ

อิทาจิที่กลับเป็นปกติก็รีบปล่อยน้องชาย พอสบตากันก็หน้าแดงเป็นลูกตำลึงกันทั้งคู่ สองพี่น้องผู้เย็นชากำลังหน้าแดงด้วยความเขินอาย มันเป็นภาพที่หาได้ยากยิ่ง...หากตอนนั้นมีใครหันไปมองคิซาเมะกับโอโรจิมารุ เขาหรือเธอคงช็อคตายกับภาพน่าสะพรึงกลัวที่ปรากฏสู่สายตา เหงือกของคิซาเมะกำลังกระพือพัดอย่างบ้าคลั่ง ส่วนลิ้นของโอโรจิมารุก็ห้อยออกมานับความยาวได้เกิน 2 ฟุต และนํ้าลายที่ไหลย้อยของทั้งสองก็กำลังจะทำที่ว่างบริเวณนั้นให้เป็นทะเลสาบ

ขณะเดียวกัน...

ประกายไฟลั่นเปรี๊ยะๆ แผ่รัศมีน่าสะพรึงกลัวออกไปทุกทิศทุกทาง เมื่อชิโนะที่มาถึงก่อนซาสึเกะชั่วครู่จ้องเทมาริเขม็งเอาเป็นเอาตายแบบจะฆ่ากันให้ได้ด้วยสายตา ขณะที่กาอาระกับลีหันมาญาติดีกันนั่งดูพวกเขาสู้กันอย่างสนอกสนใจ เบื้องหน้าเด็กหนุ่มทั้งสองมีทั้งป๊อบคอร์นจัมโบ้ไซส์และโคคาโคล่าหลายกระป๋องวางไว้เตรียมพร้อม "นายคิดว่าใครจะชนะ" กาอาระถาม หนุ่มน้อยนินจาทรายยังอยู่ในชุดกางเกงหนังรัดติ้วกับเสื้อผ้าไหมสุดหรูเหมือนเดิม เนื่องจาก ในที่สุดเจ๊เทมาริเธอก็สามารถดึงชุด spandex สีเขียวบาดจิตไปจากเขาได้

"ผมขอพนันข้างคุณเทมาริด้วยเงินทั้งกระเป๋าเลย! เจ๊เธอน่ากลัวจริงๆ ขอบอก" ลีตอบ "ถึงครูไกจะบอกว่าการพนันมันไม่ดีก็เหอะ แต่..." ลีหันไปมองไกที่นอนแน่นิ่งอยู่ข้างๆ "ท่าทางครูไกจะไม่รอดแน่ๆ ผมก็เลยคิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าเป็นห่วงนะครับ"

"นั่นสิ" กาอาระตอบเรียบๆ แล้วยัดป๊อบคอร์นรสชีสใส่ปากอีกกำมือหนึ่ง

.............................................................................................................................................

"งั้น..." นารุโตะได้ข้อสรุป นัยน์ตาสีฟ้าใสมองไปมาระหว่างสองพี่น้องอุจิวะ "ไอ้เรื่องผิดกฏหมายที่เกิดขึ้นนี่ก็เป็นเพราะไอ้เจ้านํ้ายาพิลึกสีเงินที่เท็นเท็นกล่าวอ้างโดยไม่มีพยานหลักฐานว่าเป็นยาสเน่ห์น่ะเหรอ"

ทั้งอิทาจิ ทั้งซาสึเกะ ที่เบื่อเต็มทีกับ statement สุดห่วยทางกฎหมายของนารุโตะขี้เกียจต่อความยาวสาวความยืด "ฮื่อ" ทั้งสองจึงตอบสั้นๆด้วยเสียงแบบ monotone ซังกะตายไร้ชีวิตสุดๆอย่างพร้อมเพรียงเป็นเสียงเดียวกัน

เมื่อได้ยินดังนั้นแล้ว เหงือกของคิซาเมะก็กระพือพัดด้วยความปรีดา //งั้นสุดที่รักของชั้นก็ไม่ได้รักเจ้าเด็กเวรนั่นจริงๆน่ะสิ// ปิ๊ง ปิ๊ง...โลกอันเหี่ยวแห้งที่หนาวยะเยือกไปด้วยวายุเหมันต์กลับมลายสิ้น กลับกลายเป็นสีชมพูของดอกไม้ผลิบานโปรยกลีบสะพรั่งไปทั่วอีกครั้ง ฤดูใบไม้ผลิได้มาเยือนดวงใจของมนุษย์ฉลามให้ชุ่มชื่นอีกครา //อา...อิทาจิที่รัก...// คิซาเมะเริ่มฝันหวานอีกหน

"นี่ เจ้าปลา ตาแกแล้วนะ" โอโรจิมารุที่ตอนนี้ใส่แต่กางเกง boxer สีม่วงลายงูน้อยพูดด้วยนํ้าเสียงเร่งเร้าระคนไม่พอใจ พลางยื่นไพ่ของตัวเองให้คิซาเมะเลือก ระหว่างการพักรบ สองหื่นงูและปลาได้ลงความเห็นร่วมกันว่าทั้งคู่ควรใช้เวลาว่างที่มีให้เป็นประโยชน์ และสิ่งที่พวกเขาเห็นพ้องต้องกันว่าจะไม่ทำให้เวลาเสียเปล่าที่สุดก็คือ...แต่น แตน แต๊น...การเล่นป๊อกเด้งแก้ผ้า (strip poker) นั่นเอง เหอๆๆ

มนุษย์ฉลามยังคงล่องลอยไปในโลกแห่งฝันหวานต่อไม่เลิก เรียกแล้วเรียกอีกก็ไม่เข้าหู โอโรจิมารุที่เริ่มหมดความอดทนก็เอาอย่างคันคุโร่ ทุบหัวคิซาเมะเสียหลายที "เหม่ออะไรของแกอยู่! อย่าทำให้ชั้นเสียเวลาได้มะ!"

ผัวะ ผัวะ ผัวะ

โดนทุบไปตั้งหลายหนโดนจนหัวปูดโน แต่คิซาเมะก็ยังฝันกลางวันต่อถึงการสอนให้อดีตคู่หูรูปงามของเขารู้จักความอภิรมย์ที่แท้จริง โอ้ โลกนี้เป็นสีชมพู ใช่แล้ว สีชมพูคือสีของมัน...

"ความรัก! ฤดูใบไม้ผลิแห่งชีวิต!" ไกกระโดดผลุงขึ้นยืนจากที่นอน (ดูเหมือนว่า) ตายอยู่เมื่อกี๊ เล่นเอาลีสะดุ้ง "ลี ศิษย์รัก ชั้นยังไม่ตาย!" ว่าแล้วไกก็เริ่มเอี้ยวตัวบิดแขนไปมาเพื่อคลายเส้นที่ยึด

ลีด้วยความตกใจก็รีบคว้าแขนเสื้อกาอาระมาเกาะไว้แน่น เสียงของเขาสั่นเครือเมื่อเขาถามหนุ่มซึนะเพื่อความแน่ใจว่า "คะ คุณกาอาระ ไหนคุณบอกว่าเขาตายแล้วไงครับ"

"ลี! ศิษย์เอ๋ย! ชั้นยังไม่ตาย!" ไกยํ้าอีกรอบ คราวนี้เปลี่ยนไปยืดเส้นยืดสายที่ขาแทน พลางส่งยิ้มกระแทกใจมาให้

"....ชั้นว่านายพูดถูกแล้วล่ะ" กาอาระตอบแบบไม่ใส่ใจนัก เนื่องจากเขากำลังยุ่งอยู่กับการดูเทมาริกับชิโนะต่อสู้กันดุเดือดเลือดสาดด้วยการปะทะสายตา เด็กหนุ่มผมแดงคว้าโคคาโคล่าขึ้นมาจิบก่อนอึกหนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า "เทมาริชนะแหงๆ" ดูเหมือนว่า...จริงๆแล้วกาอาระจะไม่ได้ฟังที่ลีพูดเลยซักนิด ^^;

"คะ คุณกาอาระ คุณคิดว่าเขาจะได้ยินที่เราพูดกันเรื่องเงินพนันรึเปล่า" ลีว่าพลางดึงแขนเสื้อกาอาระไปพลาง ขณะมองคุณครูสุดที่รักที่กำลังหมุนหัวแบบ 360 องศาเป็นการคลายเส้นด้วยความกลัวที่ได้ฝังรากลึกลงไปแบบสุดหยั่ง "ลี ศิษย์รัก เห็นมั๊ย ชั้นยังไม่ตาย!"

ฮินาตะที่เพิ่งจะโผล่มาหลังจากเสียเวลาตามหานารุโตะคุงอยู่นานกระพริบตาปริบๆเมื่อเธอแอบมองนารุโตะคุงสุดที่รักอยู่ห่างๆด้วยเหตุที่ว่า เธอกลัว กลัวอะไรน่ะเหรอครับ ก็กลัวการที่จะต้องเข้าไปอยู่ในที่คนเยอะๆน่ะสิ จากที่ที่ฮินาตะยืนอยู่เธอก็เห็นนารุโตะหยิบเอาเชือกยาวออกมา ใบหน้าที่ร่าเริงอยู่เป็นนิจของเขา บัดนี้ดูเคร่งเครียดจนผิดวิสัย...

"ไอ้เชือกนั่น เอามาทำไมน่ะ" ซาสึเกะถาม จู่ตาขวาก็กระตุกขึ้นมาตะหงิดๆ มันเหมือนจะเป็นลางร้าย อะไรร้ายๆกำลังจะเกิดขึ้นแน่ๆ เขารู้สึกได้ แต่...อะไรล่ะ

"นี่ ถ้านายกลัวฟ้าผ่านักล่ะก็นะ" นารุโตะหันไปหาอิทาจิ "แล้วถ้านายไม่อยากโดนจับเพราะทำเรื่องผิดกฎหมายละก็นะ" นารุโตะหันกลับมามองซาสึเกะอีกรอบ "ก็ง่ายๆ นายก็มัดมืออิทาจิซะสิ จะได้ทำอะไรไม่ได้"

"...ตอนนี้ร่างกายพี่ก็อ่อนแอจนใช้คาถาคลายพันธนาการเองไม่ได้อยู่แล้วนี่...งั้นเอาแบบที่นายว่าละกัน" ซาสึเกะเห็นดีด้วย

"เพราะไอเดียชั้นนะที่ช่วยให้นายรอดมาได้ อย่าลืมซะละ ซาสึเกะ นายติดหนี้ชั้นก้อนโตเลยนะ" นารุโตะยิ้มแก้มปริเมื่อนึกถึงราเม็งฟรี 3 อาทิตย์ //พ่อจะซัดให้พุงกางไปเล้ย!// ว่าแล้วเด็กหนุ่มผมทองก็เริ่มต้นเอาเชือกมามัดมืออิทาจิที่ดูเหมือนจะกลายเป็นใบ้ไปชั่วขณะ เนื่องจากรู้สึกแย่จากการเสียอิมเมจอย่างแรง

แค่กๆ แค่กๆ

มันเป็นเวรกรรมของทั้งนารุโตะและซาสึเกะอย่างแรง จู่ๆอาชญากรหนุ่มที่กำลังป่วยอยู่ก็แสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย พลางกระตุกเอาเชือกนั้นไปจากนารุโตะ แรงดึงอย่างกระทันหันทำให้นารุโตะตกใจเซถลาล้มไปข้างหน้า และวินาทีต่อมา "แอ๊ฟ!" เด็กหนุ่มจิ้งจอกเก้าหางก็ลงไปนอนคลุกฝุ่นจูบพื้นแบบเดียวกับซาสึเกะเมื่อกี๊ไม่มีผิดเพี้ยน "บ้าชิบ" นารุโตะสบถ ถ่มนํ้าลายเอาขี้ดินออกจากปาก แต่แล้วนัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อได้ยินเสียงของซาสึเกะที่ตอนนี้ฟังดูแหลมเปี๊ยบราวกับเสียงผู้หญิง "นารุโตะ! ช่วยที!"

อิทาจิมองร่างบางที่ถูกพันธนาการด้วยความพอใจระคนขำขัน ซาสึเกะดูน่ารักน่าเอ็นดูเป็นพิเศษเมื่อโดนมัดแขนไว้เหนือศรีษะไว้กับกิ่งไม้แบบนั้น "หึ ทำไมชั้นไม่คิดทำแบบนี้มาก่อนนะ" เขาพูดเปรยๆ พลางมองผลงานสร้างสรรค์ของตัวเองด้วยความชื่นชม

"นารุโต๊~~~~!"

"เย็นใจได้ ซาสึเกะ ชั้นมาช่วยแล้ว!" นารุโตะวิ่งเข้าใส่อิทาจิ //ราเม็ง! ราเม็ง! ราเม็ง! ชั้นจะได้กินราเม็งฟรี!// นี่คือความคิดของนารุจังในขณะนั้น แต่ความคิดแสนบริสุทธิ์ที่จะช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมของเขากลับจะทำให้ใจของคนผู้หนึ่งแหลกสลาย...

ที่หลังต้นไม่ ไม่ไกลออกไป ฮินาตะกำลังสะอื้นไห้ด้วยความโศกเศร้าจากการสูญเสียคนรัก เธอเห็น เธอเห็นหมด...ทุกสิ่งทุกอย่าง //นะ นะ นะ อะอึก นารุโตะคุง ทะ ทะ ทะ ทำไม อะฮึก ทำไมเธอไม่บอกชั้นวะ วะ ว่า เธอมะ มะ มีคนอื่นอยู่ละ ละ ละ แล้ว อะฮึก ทะ ทะ ทำไม ทำไมเธอ อะฮึก ทำไมต้องโกหกด้วย//

งงรึเปล่าครับ ถ้างง เดี๋ยวผมจะ replay สิ่งที่ฮินาตะจังเค้าเห็นและได้ยินให้ชมกันนะครับ

.............................................................................................................................................

นัยน์ตาสีฟ้าน่าหลงใหลของนารุโตะคุงเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเขาได้ยินเสียงเพื่อนร่วมทีม เพศชาย 100 เปอร์เซ็นต์ ร้องเสียงแหลมเปี๊ยบราวกับผู้หญิง "นารุโตะคุง ช่วยชั้นด้วย เขาจะข่มขืนชั้น!"

ชายหน้าตาดีในชุดเสื้อคลุมดำมองเพื่อนร่วมทีม เพศชาย 100 เปอร์เซ็นต์ (เนตรสีขาวไม่โกหกแน่) ของนารุโตะคุงอย่างหื่นกระหายด้วยไฟราคะลึกลํ้าจนน่ากลัว "หึ ทำไมชั้นไม่คิดทำแบบนี้มาก่อนนะ" ชายผู้นั้นว่า พลางใช้นิ้วเชยคางของเพื่อนร่วมทีม เพศชาย 100 เปอร์เซ็นต์ของนารุโตะคุงขึ้นมา ดูๆไปทั้งสองดูคล้ายกันอย่างน่าประหลาด...อย่างงี้มันผิดกฎหมายนี่นา

"นารุโตะคุง ชั้นน่ะ รักษาเวอร์จิ้นไว้ให้เธอคนเดียวนะ แต่...แต่..."

"ไม่ต้องห่วงหรอกจ้ะ ที่รัก ชั้นจะไปช่วยเดี๋ยวนี้แหละ แต่ถ้าชั้นช่วยเธอไม่ได้เราจะเปลี่ยนไปเล่น 3P แทน!"

.............................................................................................................................................

นั่น คือสิ่งที่ฮินาตะจังเค้าได้เห็นและได้ยิน และเธอไม่สามารถยอมรับมันได้ มันช่างเจ็บปวด...แต่...เธอสัญญากับตัวเองแล้วว่าจะเข้มแข็งขึ้น เธอต้องไม่ร้องไห้ พยักหน้ากับตัวเองทีหนึ่ง ฮินาตะก็ฮึดระเบิดพลังเบ่งกล้ามปึดๆ แล้ววิ่งเข้าใส่ชาย 3 คนที่กำลังวุ่นYกันอยู่ "หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" เธอตะโกนเสียงห้าวและทุ้มตํ่า ไม่มีติดอ่างซักคำ แต่...

เทมาริที่กำลังจ้องกันดุเดือดเลือดสาดกระจายกับชิโนะก็เหลือบไปเห็น...อะไรบางอย่างสีแดงและดำ...ด้วยความเฉียบคมของสายตา สาวมั่นจากซึนะก็สามารถบอกได้ว่ามันคือเด็กผู้หญิงสวมกระโปรงมินิสเกิร์ตสั้นสีแดง กับเสื้อสีดำเอวลอยที่มีคำว่า 'hot chick' และรองเท้าบู๊ตสูงถึงเข่า และนั่น...ดึงความสนใจของเธอไปจนหมด เธอละสายตาจากชิโนะแล้วหมุนตัวไปมองให้เห็นชัดๆ คิ้วของเทมาริขมวดเป็นปม ภาพที่เธอเห็นรบกวนจิตประสาทเป็นที่สุด "พวกชอบเลียนแบบ!" เธอกรีดร้องลั่นราวกับถูกผีแบนชีเข้าสิง "เลียนแบบ! เลียนแบบ! ชั้นเกลียดพวกชอบเลียนแบบ!"

เทมาริเดือดปุดๆ กล้ามเนื้อทุกมัดแข็งเกร็ง เธอขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกัดริมฝีปากร่างของตัวเองอย่างไม่พอใจเป็นที่สุด และด้วยพลังที่พอๆกับนักซูโม่อาชีพ เจ้าหล่อนก็ดึงเอาคันคุโร่ที่สลบ(?)อยู่แล้วเหวี่ยงข้ามกาอาระที่กำลังเคี้ยวป๊อบคอร์นดังกรุบๆ ผ่านหน้าลีที่กลัวสุดขีด และผ่านไกที่ยังหมุนหัวไม่เลิกไปด้วยความเร็วราวกับจรวด

คันคุโร่ที่สลบ(?)อยู่แล้วไม่มีปากบ่นก็ลอยหวิวข้ามที่โล่งนั้น ผ่านหน้าโอโรจิมารุที่ตอนนี้เหลือแต่เตี่ยว...ผ่านหน้าฮินาตะที่กำลังวิ่ง...เอ๋!? ผ่านหน้าฮินาตะ!?

มิสไซล์คันคุโร่พลาดเป้าหมายที่แท้จริงไปเพียง 0.5 mm ก่อนจะพ่งเข้าชนเป้าหมายใหม่...ซึ่งในที่นี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...คิซาเมะ

เจ้าปลากำลังสนุกเพราะถือไพ่เหนือกว่าก็ไม่ได้รู้ถึงภัยร้ายที่กำลังพุ่งมา

โครม!!!!!

เสียงชนดังสนั่นหวั่นไหวสะท้านโลกา และโลกใบน้อยที่คิซาเมะมองเห็นก็หมุนติ้วไปหมด สีสันต่างๆมากมายหมุนวนรวมกันเป็นกงล้อ และสีชมพูก็เป็นสีสุดท้ายที่คิซาเมะเห็น...ก่อนที่ทุกอย่างจะหายลับไปกับความมืดสีดำสนิท

สิ่งสุดท้ายที่คิซาเมะได้ยินก่อนที่สติของเขาจะเลือนหายไปคือเสียงของกาอาระ

"เราผิดซะแล้วล่ะ เกมส์นี้เทมาริแพ้"


The Shark and The Weasel ตอนที่ 7 (ตอนจบ)

"คิซาเมะ"

เสียงที่คุ้นเคยลอยมาจากที่ไกลแสนไกล เสียงนั่น...ไม่จำเป็นต้องลืมตา คิซาเมะก็สามารถบอกได้ว่าเป็นเสียงใคร ก็ใครจะสามารถลืมได้...เจ้าของเสียงนั่นเป็นชายหนุ่มรูปงามราวกับภาพวาด ผิวขาวราวกับแสงจันทร์ ผมดำราวกับปีกกา และนัยน์ตาแดงฉานราวกับโลหิต...หนึ่งเดียวที่เขาเฝ้าหมายปองและปรารถนา...คู่หูผู้เย็นชาของเขา อุจิวะ อิทาจิ

"คิซาเมะ"

เสียงเพรียกนั้นดังขึ้นอีกครั้ง ดังกว่าเดิมเล็กน้อย หากแต่มันมิได้สูญเสียความเย็นชาที่มีอยู่เต็มเปี่ยม...เย็นชาและเหินห่างเหมือนกับเจ้าของเสียงไม่ผิดเพี้ยน ความเย็นชานั่นเข้ายึดจับที่ขั้วหัวใจของคิซาเมะ เย็นเยียบจนเลือดกลายเป็นนํ้าแข็ง ความรัก...ฤดูใบไม้ผลิแห่งชีวิตคงมิอาจหวนกลับมาอีก เพราะสิ่งที่เขาได้เห็นมันได้ทำใหหัวใจดวงน้อยๆของเขาแตกสลายไม่สามารถต่อติดได้อีก เขาได้เห็นนัยน์ตางดงามที่เคยเย็นชาอยู่เป็นนิจนั่นลุกโชนไปด้วยไฟราคะลึกลํ้า ไฟที่คิซาเมะได้แต่หวังว่าเขาจะได้เป็นคนจุด...จะได้เป็นคนละลายนํ้าแข็งในใจนั่น แต่เขาผิดถนัด มันทำให้เขาเจ็บปวดเหลือแสนจนเหงือกของเขาแห้งสนิท

"คิซาเมะ"

คิซาเมะขยับปากยิบๆไม่เป็นภาษา หลับตาแน่น พลางเอามืออุดหู ไม่เอาอีกแล้ว ไม่อยากได้ยินเสียงนั่นอีก ปล่อยให้เขาตายแล้วให้โอโรจิมารุจับเขาไปทำหูฉลามซะยังดีกว่า //อิทาจิที่รัก เธอรู้ไหมว่าทำชั้นเจ็บแค่ไหน...ชั้นจะตายอยู่แล้ว//

"คิซาเมะ"

คิ้วโก่งได้รูปของอิทาจิเริ่มกระตุกด้วยความรำคาญ เขาอุตส่าห์เรียกเจ้าปลาเป็นหลายหนแต่เจ้าปลากลับทำเป็นไม่ได้ยิน ทั้งๆที่อิทาจิรู้ดีว่าคิซาเมะได้ยินเขาแน่ๆ แถมเจ้าปลายังอุตส่าห์มีการเอามือมาอุดหูอีก

ปึ้ด ปึ้ด

คิ้วของอิทาจิกระตุกแล้วกระตุกอีก ถึงหน้าจะยังเรียบเฉยไร้ความรู้สึกสมชื่อคุณชายหน้าตายก็เถอะ แต่จริงๆแล้วอิทาจิคุงเค้าน่ะกำลังเริ่มหงุดหงิดอย่างแรง ตอนแรก เขาคิดจะจัดการเอาดาบเสียบเจ้าปลาซะให้พรุนแล้วเอาไปย่าง แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจ เพราะจำได้ว่าพวกเขายังมีภารกิจขององค์กรที่ต้องไปทำร่วมกันอยู่

"โอ๊ยๆๆๆๆๆ!"

อาชญากรหนุ่มหล่อจึงตัดสินใจเปลี่ยนไปถีบคิซาเมะแทน

"โอ๊ยๆๆๆๆๆ!"

เจ้าปลากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวแสนสาหัส กลิ้งไปสองตลบก่อนจะดิ้นพราดๆเหมือนปลาถูกนํ้าร้อนลวกกระแด่วๆ คิซาเมะยังกรีดร้องโหยหวนโอเวอร์ไม่หยุด กลิ้งบิดไปบิดมา มืออวบหนาก็กุมเอาตรงที่โดนถีบไว้ คิ้วอิทาจิกระตุก ปึดๆ อีกหนก่อนที่หนุ่มตระกูลอุจิวะจะถีบเจ้าปลาเข้าอีกหนด้วยความหมั่นไส้ "หยุดทำอะไรงี่เง่าซะที เรายังมีงานต้องทำ"

คิซาเมะหยุดกรีดร้องทันใด แหงนหน้าขึ้นมองคู่หู "อิ อิทจัง?" ใบหน้างดงามของอิทาจิพลันเปลี่ยนเป็นดูน่ากลัวขึ้นมาถนัด "เมื่อกี๊เรียกว่าอะไรนะ"

เพื่อรักษาชีวิต คิซาเมะรีบเปลี่ยนคำพูดทันที "เอ่อ...คุณอิทาจิ" เจ้าปลากลืนนํ้าลายเอิ๊อก พยายามสกัดกั้นไว้มิให้นํ้าตาแห่งความรันทดใจไหลพรากออกมา เขามองลึกเข้าไปในดวงตาเนตรวงแหวนคู่นั้น "คุณอิทาจิ๊~~~~! ผมขอโท้ดดดดด ขอโทษที่ทำให้คุณต้องลำบาก ผมจะไม่เข้าไปขวางทางรักของคุณอีกแล้ว ผมรักคุณมากนะ แต่...ผมคงต้องยอมปล่อยให้คุณไป...แต่...คุณอิทาจิ การตัดใจน่ะมันก็ยากสำหรับผมเหมือนกันนะครับ ผมน่ะ เจ็บปวด...เจ็บปวดทรมานเหลือแสน ข้างในมันเจ็บเจียนตาย เหงือกผมแห้งไปหมด...คุณรู้บ้างรึเปล่า..."

อิทาจิมองเจ้าปลาที่พล่ามไม่หยุดอย่างงงๆ "ว่าไงนะ"

"คุณอิทาจิคร้าบบบบบ อย่างน้อยก็ขอจูบลาซักทีเถอะครับ!!!" คิซาเมะไม่รอช้ากระโดดเข้าใส่อิทาจิทันที ทำปากจู๋เตรียมจุจุ๊บ "จุ๊บๆๆๆๆ"

ตุ้บ!

อยากได้จูบเรอะ เอาพระบาทาไปกินก่อนเหอะ คิซาเมะโดนเกือกคุณชายปะทะเข้ากับหน้าแบบจั๋งๆก่อนจะกระเด้งลอยไปนอนหงายเก๋งกับพื้น โดยมีรอยเท้าให้เห็นเป็นที่ระลึก

"อย่าได้คิดลอง" ก๊อง! นํ้าแข็งหล่นทับคิซาเมะ

"คะ คุณอิทาจิใจร้า~~~ย!" ในที่สุดเขื่อนที่กั้นนํ้าตาไว้ก็แตกออก คิซาเมะร้องไห้นํ้าตาทะลักแบบหยุดไม่อยู่ "ขอแค่จูบเดียวก็ไม่ให้ ทีกะเด็กนั่นยังทำได้เลย ผมขอแค่จูบเดียวเอง ใจร้ายๆๆๆๆๆๆ แงๆๆๆๆๆ!"

ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจจากสิ่งที่ได้ยิน //ชั้น? จูบ? เด็กนั่น?// "นายพูดเรื่องอะไรของนาย"

"อย่ามาทำเป็นปลอบใจผมเลย คุณอิทาจิ ผมเห็นหมดแหละครับ...ทุกสิ่งทุกอย่าง"

"นาย...เห็นอะไร คิซาเมะ"

พอได้ยินอิทาจิถามดังนั้น คิซาเมะก็ร้องไห้หนักขึ้นไปอีก "โฮๆๆๆๆๆๆ ทำไมคุณต้องมาตอกยํ้าผมเรื่องนั้นด้วย! ก็...ก็...ผมเห็นคุณจับเด็กนั่นมัดไว้กับต้นไม้ แล้ว...แล้ว...คุณก็...อ๊ากกกกกก โฮๆๆๆๆ!"

"อะ อะไรนะ"

"ถึงผมจะเล่นไพ่อยู่กับโอโรจิมารุแต่ผมก็พยายามสู้เพื่อคุณนะ คุณอิทาจิใจร้ายๆๆๆๆๆ แง้ๆๆๆๆๆ "

".............." อิทาจิเตะคิซาเมะอีกรอบ ก่อนจะพูดด้วยนํ้าเสียงที่แฝงความรำคาญเล็กๆว่า "ตื่นได้แล้ว ฝันของนายน่ะไร้สาระที่สุด เรายังมีงานต้องทำ"

"คะ คุณว่าอะไรนะครับ" คิซาเมะรีบเงยหน้าขึ้น ในดวงตาปริ่มของมนุษย์ฉลามเปี่ยมไปด้วยความหวัง

อิทาจิถอนหายใจยาว ในที่สุดก็พูดกันรู้เรื่องซะที "ชั้นบอกว่า มันเป็นแค่ความฝัน เอ้า ลุกขึ้น ไปได้แล้ว"

//ฝัน! มันเป็นแค่ความฝัน!// คิซาเมะรีบกระโดดผลุงขึ้นยืน เหงือกของเขากระพือพัดด้วยความปรีดา //ชั้นแค่ฝันไป!// แน่นอน...ก็คนแข็งแรงอย่างอิทาจิน่ะ อยู่ๆจะเป็นหวัดได้ไง มนุษย์ฉลามรีบเช็ดน็าตา ก่อนจะยิ้มโชว์ฟันแวววาวสะท้อนแสง "โอ๊ซ! ขออภยที่ทำให้ต้องรอครับ เราไปโคโนะฮะกันเถอะ!"

"............................" //มันไปหัดท่าโพสต์พิลึกนั่นมาจากไหนฟะ// ...นี่คือความคิดของอิทาจิในขณะนั้น

อิทาจิส่ายหัว ก่อนจะหันหลังให้มนุษย์ฉลามคู่หูและเริ่มออกเดิน คิซาเมะก้มลงหยิบเอาซาเมะฮาดะขึ้นสะพายหลังแล้วรีบเดินดุ่มๆตามอิทาจิไป

อรุณรุ่งของวันใหม่ได้มาถึง ดวงสุริยาก็เคลื่อนลอยสูงขึ้นจากฟากฟ้าทิศตะวันออก สาดแสงสีทองอร่ามไปทั่วฟ้า สองคู่หูแห่งพรรคแสงอุษาออกเดินทางผ่านป่าทึบชายแดนหมู่บ้านโคโนะฮะด้วยอารามเงียบสงัด ปล่อยให้ความอบอุ่นจากแสงตะวันอาบร่างของพวกเขา ในแสงสีทองนั่น คิซาเมะได้แต่จ้องมองแสงเล่นกับผมสีรัตติกาลของคู่หูจนเป็นดูประกายระยับ คู่หูรูปงามของเขาอาจจะดูตรงข้ามกับความสว่างไสวของวัน หากแต่ความงามนั้นก็มิได้น้อยลงไปกว่าที่เห็นในยามคํ่าคืนแม้แต่น้อย แม้มันจะเป็นแค่ความฝัน...แต่คิซาเมะรู้สึกว่า เขาได้สะดุดตกหลุมรักชายหนุ่มผู้นี้เข้าอย่างจังแล้ว

และจากความฝันนั่น มันก็ทำให้เขารู้ว่า ดวงดาวนั้นอยู่สูงเกินกว่าจะคว้ามาครอบครอง มิอาจเป็นเจ้าของดาวนั้นได้

สิ่งที่ดีที่สุดที่เขาจะทำได้ก็คือการปล่อยวาง (แห้วนั่นแล) โอ้ มันช่างสุดแสนจะเจ็บชํ้าระกำทรวง เขาคงต้องหานํ้าเย็นชื่นมาหล่อเลี้ยงเหงือกเป็นการด่วน แต่ไม่ว่าจะหานํ้ามาสักเท่าใด ทั้งเหงือกและหัวใจก็คงมิอาจหวนคืนสู่สภาพที่ดีที่สุดได้อีก เจ้าปลาเดินคอตก ทุกสิ่งทุกอย่างช่างเงียบสงัด...จนกระทั่ง...

แค่กๆ แค่กๆ

เจ้าปลารีบเงยหน้าขึ้นมอง นัยน์ตาของมันมีแสงเรืองสีเขียวประหลาดราวกับสาง...จะลองอีกทีก็คงไม่เสียหายละมั้ง หึหึหึ

The Shark and The Weasel
Never End (แต่จบแล้ว เหอๆ)

หึหึหึ จะลองอีกกี่หน ช้านนน (และคนอื่นๆ) ก็ไม่ยกอิทจี้ให้แก๊~~~ >< ไอ้ปลาหื่น!!! (ขออภัยแฟนๆคิซามี่นะคะ)

ว่าแต่...ไอ่ฟิกนี้นี่พอเอาทุกตอนมารวมกันแล้วก็ยาวเหมือนกันนะเนี่ย ^^''


  โดย hiyuura
  โพสต์เมื่อ: 14/05/2005-19:25 GMT+7  
   ชมข้อมูลของ hiyuura    แก้ไข/ลบ กระทู้นี้  ตอบกลับด้วย quote
     วันนี้เครียดกันมั้ย เล่นบอร์ดแล้วยังเครียด มาเล่นเกมส์แก้เครียดกัน ไปลุยกันเลย :)
 



อ๊ากกกกกกกก เคยอ่านแล้วแต่เก็บใหม่....(((เครื่องลง os ใหม่อ่ะ งานหายเกลี้ยงเลย 555 ฟิกฉันต้องไปกู้พรุ่งนี้เล่นเอ็มไม่ได้สักระยะ 555 Program หายหมดเลย ((เศร้าอ่ะ))...............

.
.
ว่าแล้วก็สูบเก็บใหม่อีกระลอก ..................


  โดย rik
  โพสต์เมื่อ: 14/05/2005-21:16 GMT+7  
   ชมข้อมูลของ rik    แก้ไข/ลบ กระทู้นี้  ตอบกลับด้วย quote
  


งานเก่าคิดถึงจัง สูบค่ะ แต่ไงอิทาจิก็ไม่มีทางเป็นของปลาห่นนั้นแน่อะนะ


  โดย kai
  โพสต์เมื่อ: 15/05/2005-11:44 GMT+7  
   ชมข้อมูลของ kai    แก้ไข/ลบ กระทู้นี้  ตอบกลับด้วย quote
  



เพิ่งอ่านครั้งแรก...ยูระจัง!!! อย่านะคะ!!! คู่บักคี้กะอิทจี้อะนะ...ม่ายอ้าวววววววว!!! TTwTT <<<ดีใจที่เป็นแค่ฝัน...รึเปล่าหว่า???


  โดย Kumi
  
  โพสต์เมื่อ: 15/05/2005-17:00 GMT+7  
   ชมข้อมูลของ Kumi    แก้ไข/ลบ กระทู้นี้  ตอบกลับด้วย quote
 


เพิ่งอ่านครั้งแรกเหมือนกาน(ตรูอ่านตกไปได้ไงฟ่ะ?)หนุกมาก~~~
นิจจาเต่า ลี คี่มี่^^กรี๊ด~~~
_________________
ความรักที่แท้จริงไม่มีคำว่านิรันดร์ มีแต่คำว่าปัจจุบัน


  โดย joey
  โพสต์เมื่อ: 17/05/2005-19:52 GMT+7  
   ชมข้อมูลของ joey    แก้ไข/ลบ กระทู้นี้  ตอบกลับด้วย quote
 


ตลก :teeth_smile_
]


  โดย temari.suk@hotmail.com [ไม่ได้ลงทะเบียน]
  โพสต์เมื่อ: 26/04/2007-18:01 GMT+7  
   แก้ไข/ลบ กระทู้นี้  ตอบกลับด้วย quote
 


Reply Zone
เกี่ยวกับการโพสต์ ผู้เยี่ยมชม สามารถโพสต์ โดยใส่ชื่อหรืออีเมล์ที่ต้องการ
ชื่อ/อีเมล์:
ข้อความ:

แท็กพิเศษ:
ลักษณะอารมณ์:
All Smilies
การทำงานเสริม: ไม่ใช้งาน HTML ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน แท็กพิเศษ ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน ลักษณะอารมณ์ ในการโพสต์นี้
แสดงลายเซ็น

Key Number:

 
 Fill 5 Keys
 
ห้ามใช้งานกระทู้นี้ ย้ายกระทุ้นี้ ลบกระทู้นี้ กระทู้ปักหมุด

© 2003-2014 BuildBoard. All rights reserved. Terms of Uses. Advertisement. Contact Us.